bitkub-banner

โดนเต็มๆ! ก.ล.ต. แจ้งความเอาผิด Bitazza ฐานเปิดเทรดคริปโตเถื่อน สั่งบล็อกทันที

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สำนักงาน ก.ล.ต. ยื่นแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าวโทษ Bitazza International Limited (Bitazza Global) บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza Thailand) และผู้บริหาร 2 ราย ได้แก่ นายกวิน พงศ์พันธ์เดชา (อดีต CEO) และนายธนวัฒน์ สันติวรกุล (CEO คนปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
  • ข้อกล่าวหาคือร่วมกันประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 26 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และ ก.ล.ต. ยังสั่งเตือนบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitazza Global มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2569
  • Bitazza Thailand (ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย) ออกมาชี้แจงว่าสินทรัพย์ของลูกค้าปลอดภัย และเป็นนิติบุคคลแยกจาก Bitazza Global อย่างชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การดำเนินคดีทางอาญาต่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในไทยสร้างความไม่แน่นอนให้แก่นักลงทุนรายย่อยในประเทศ และอาจเป็นสัญญาณว่า ก.ล.ต. กำลังเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานชะลอการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องในระยะสั้น

ตามรายงานจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ยื่นกล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับ Bitazza International Limited (Bitazza Global) บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza Thailand) และผู้บริหาร 2 ราย ได้แก่ นายกวิน พงศ์พันธ์เดชา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายธนวัฒน์ สันติวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน ฐานร่วมกันประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งฝ่าฝืนมาตรา 26 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีคำสั่งเตือนให้บล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitazza Global มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

พฤติการณ์ที่ ก.ล.ต. ระบุ

ก.ล.ต. ระบุว่าจากการตรวจสอบพบพฤติการณ์สำคัญหลายประการที่บ่งชี้ว่า Bitazza Global และ Bitazza Thailand ได้ร่วมกันให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ผู้ใช้งานโดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม พฤติการณ์ดังกล่าวได้แก่ การที่ Bitazza Thailand โฆษณาบริการของ Bitazza Global ผ่านโซเชียลมีเดียเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 โดยเสนอสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่พักอาศัยในประเทศไทย รวมถึงการอ้างอิงหน่วยงานราชการไทยในข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Bitazza Global การเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงแพลตฟอร์ม Bitazza Global ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Bitazza Thailand โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนซ้ำ ตลอดจนการที่ Bitazza Thailand จัดเตรียมระบบสำคัญต่าง ๆ ให้แก่ Bitazza Global

ทั้งนี้ แม้ Bitazza Thailand จะได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยอย่างถูกต้อง แต่ใบอนุญาตดังกล่าวไม่ครอบคลุมการประกอบธุรกิจในลักษณะศูนย์ซื้อขาย (Exchange) ซึ่งเป็นประเภทใบอนุญาตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การดำเนินคดีในครั้งนี้จึงเป็นการตั้งข้อกล่าวหาในระดับอาญา ซึ่งกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของ บก.ปอศ. ก่อนที่จะส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาและดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป

Bitazza Thailand ชี้แจงสินทรัพย์ลูกค้าปลอดภัย

ภายหลัง ก.ล.ต. ประกาศการกล่าวโทษ Bitazza Thailand ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าตนเองดำเนินกิจการในฐานะนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสินทรัพย์ของลูกค้าทุกรายมีความปลอดภัย บริษัทยังระบุว่า Bitazza Thailand และ Bitazza Global เป็นนิติบุคคลที่แยกจากกันอย่างชัดเจน มีการบริหารจัดการ ระบบงาน บริการ และช่องทางการสื่อสารที่เป็นอิสระจากกัน รวมถึงยืนยันว่าได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นที่ ก.ล.ต. ตั้งข้อสังเกตไว้แล้ว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า โร่ชี้แจง! Bitazza ย้ำกระดานไทยแยกนิติบุคคลกับ Global ชัดเจน การันตียังเปิดเทรด-ถอนเงินได้ปกติ ซึ่งเป็นการชี้แจงในช่วงเดียวกับที่ ก.ล.ต. ยื่นกล่าวโทษนี้ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีบทบาทเชิงรุกด้านการกำกับดูแลคริปโตในระดับนานาชาติ โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า ก.ล.ต. ไทยบินถกเวทีฮ่องกง วางกฎคุมคริปโตและ AI ร่วมกับหน่วยงานทั่วเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวทางที่ ก.ล.ต. กำลังเร่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดีนี้น่าสนใจมากเพราะมันแสดงให้เห็นถึงเส้นแบ่งที่ ก.ล.ต. ไทยให้ความสำคัญอย่างชัดเจน นั่นคือแม้แพลตฟอร์มจะถือใบอนุญาตในไทย แต่ถ้าไปโปรโมตหรือช่วยเหลือแพลตฟอร์มในเครือที่ไม่มีใบอนุญาต ก็อาจถูกตีความว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิดได้ สำหรับผู้ใช้งานที่ยังมีเงินหรือสินทรัพย์อยู่ในระบบ Bitazza Thailand นั้น บริษัทยืนยันว่ายังทำธุรกรรมได้ปกติ แต่ก็ควรติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เพราะกระบวนการทางกฎหมายยังมีหลายขั้นตอนที่ต้องผ่านก่อนจะมีคำตัดสินใด ๆ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ ก.ล.ต. จะเดินหน้าตรวจสอบแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมของตลาดคริปโตไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้

ภาพจาก AI