bitkub-banner

ทองคำร่วง 10 วันติด ดิ่งกว่า 27% จากจุดสูงสุดปีนี้ แย่สุดรายเดือนในรอบ 43 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทองคำร่วงต่อเนื่อง 10 วันทำการติดต่อกัน สิ้นสุดราว 24 มี.ค. 2569 ราคาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน
  • ราคาดิ่งลงประมาณ 27% จากจุดสูงสุดตลอดกาลบริเวณ $5,589 $5,608 ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม 2569 และลดลงราว 12% นับจากปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นการลดลงรายเดือนหนักที่สุดในรอบ 43 ปี
  • ปัจจัยหลักมาจาก Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น ลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยปี 2569 เหลือครั้งเดียว บวกกับค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การร่วงของทองคำสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังหมุนเงินออกจากสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนไปยังพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ท่าทีเข้มงวดของ Fed และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งยังคงเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง

ราคาทองคำสปอตร่วงลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ในวันที่ 24 มีนาคม 2569 ลดลงกว่า 1% และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ตามรายงานจาก Coin Bureau โดยรวมแล้วราคาทองคำดิ่งลงประมาณ 27% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่บริเวณ $5,589 $5,608 ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม 2569 และลดลงราว 12% นับจากปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นการลดลงรายเดือนที่หนักที่สุดในรอบ 43 ปี

กราฟราคา Gold Spot (XAU) รายวัน แสดงแนวโน้มราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลระบุว่าราคาทองคำร่วงติดต่อกัน 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาร่วงลงยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1920
กราฟราคา Gold Spot (XAU) รายวัน แสดงแนวโน้มราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลระบุว่าราคาทองคำร่วงติดต่อกัน 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาร่วงลงยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1920 (ภาพจาก: @CoinBureau)

Fed เข้มงวด ดอลลาร์แข็ง กดดันทองคำหนัก

ปัจจัยสำคัญที่สุดเบื้องหลังการร่วงครั้งนี้คือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 18 19 มีนาคม 2569 ซึ่งปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปีนี้เหลือเพียงครั้งเดียว จากเดิมที่ตลาดเคยคาดหวังไว้มากกว่านั้น ประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ย้ำถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังสูง โดยเฉพาะจากราคาน้ำมัน Brent ที่ปรับตัวขึ้นสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดเริ่มตัดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยออกไป และบางส่วนเริ่มคาดการณ์ว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตด้วยซ้ำ

เมื่อพันธบัตรสหรัฐฯ ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนโดยตรงจึงสูญเสียความน่าสนใจ ประกอบกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่พุ่งทะลุระดับ 100 ซึ่งเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาโลหะมีค่า เพราะทองคำซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์ ทำให้มีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น

ตลาดกระดาษล้างสต็อก แต่ความต้องการทองคำจริงยังมั่นคง

ผู้เชี่ยวชาญในตลาดชี้ว่าการร่วงครั้งนี้เกิดจากการล้างสต็อกของนักเก็งกำไรที่ถือสัญญาฟิวเจอร์และกองทุน ETF ทองคำในสถานะซื้อเป็นจำนวนมาก เมื่อราคาเริ่มหักลง คำสั่ง Stop-loss และการเรียกเงินประกันเพิ่มก็เข้ามาซ้ำเติม นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ CME ได้ปรับขึ้นอัตราเงินประกันสัญญาฟิวเจอร์ทองคำเป็น 8% จาก 6% และเงินประกันสัญญาฟิวเจอร์เงินเป็น 15% จาก 11% ในเดือนมกราคม ซึ่งยิ่งกดดันให้ตำแหน่งที่ใช้เลเวอเรจสูงต้องปิดออกมา อย่างไรก็ตาม ความต้องการทองคำจริงจากธนาคารกลางทั่วโลกและผู้ค้าทองคำแท่งยังคงทรงตัวดี สะท้อนว่าความเชื่อมั่นในทองคำระยะยาวยังไม่หายไป

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานชาติเป็นชาติแรกหลังได้รับผลกระทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก และยิ่งตอกย้ำให้ Fed ต้องคงนโยบายดอกเบี้ยสูงต่อไป


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการร่วงของทองคำครั้งนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจถ้าดูแค่หน้าข่าว เพราะปกติเวลาโลกมีความตึงเครียดจากสงคราม ทองคำมักวิ่งขึ้นไม่ใช่ร่วง แต่พอมองลึกลงไปก็เข้าใจได้ เพราะ Fed ที่ไม่ยอมลดดอกเบี้ยบวกกับดอลลาร์แข็งคือแรงกดดันที่รุนแรงมากในระยะนี้ สิ่งที่น่าจับตาคือว่าความต้องการทองคำจริงจากธนาคารกลางทั่วโลกจะเข้ามาหนุนราคาได้ไหม เพราะถ้าการล้างสต็อกฝั่งฟิวเจอร์ใกล้จบแล้ว อาจเห็นการดีดตัวกลับได้ไม่ยาก ส่วนคนที่ถือทองคำอยู่ก็คงต้องจับตาสัญญาณจาก Fed ว่าจะเปลี่ยนท่าทีเมื่อไหร่ เพราะนั่นน่าจะเป็นตัวพลิกสถานการณ์ที่สำคัญที่สุด

ภาพจาก AI