สรุปข่าว
- ตลาดพยากรณ์ที่ดูเหมือนเป็นทางลัดสู่ความรวยของคนรุ่นใหม่ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่รายย่อยขาดทุน “หนักและเร็วกว่า” การเล่นพนันเสียอีก
- สาเหตุเป็นเพราะเว็บพนันที่มีเจ้ามือคอยคุมเกม แต่ตลาดพยากรณ์ไม่มีและต้องสู้กันเองทำให้รายย่อยที่มั่นใจมักตกเป็นเหยื่อ Market Makers
- ข้อมูลชี้ชัดว่าผู้เล่นรายใหญ่ทุนเทรดหนาสามารถทำกำไรได้ ในขณะที่รายย่อยต้องแบกรับการขาดทุนเฉลี่ยยับเยินถึง -26.8%
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Citizens JMP เผยความจริงอันโหดร้ายของตลาดพยากรณ์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่คนรุ่นใหม่ ว่าแท้จริงแล้วเป็นสมรภูมิที่สูบเงินนักลงทุนรายย่อยได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าพนันกีฬาถูกกฎหมาย โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดพยากรณ์ไม่มีเจ้ามือคุมโต๊ะ แต่เป็นการปะทะกันโดยตรงระหว่างรายย่อยที่ใช้ความรู้สึกมาเจอกับนักเทรดมืออาชีพและ Market Maker ที่ใช้สถิติและทุนหนามาดักกินกำไร เป็นเกม Zero-sum ที่รายย่อยกลายเป็นเพียงสภาพคล่องให้ปลาใหญ่
ตลาดพยากรณ์ เช่น Kalshi หรือ Polymarket ช่วงหลังมานี้ เริ่มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากการที่เปิดให้นักลงทุนทั่วไปสามารถทำกำไรได้จากเหตุการณ์ใกล้ตัว แต่งานวิจัยฉบับใหม่เผยว่าตลาดที่น่าตื่นเต้นนี้กลับเต็มไปด้วยเลือดและความเจ็บปวด
รายงานจาก Citizens JMP เปิดเผยว่า ค่าการขาดทุนเฉลี่ยของผู้ใช้งานตลาดพยากรณ์มีจำนวนที่สูงกว่าแพลตฟอร์มพนันกีฬาที่ถูกกฎหมายเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายย่อยที่มีการขาดทุน “หนักกว่าและเร็วกว่า”
ปัจจุบัน นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากต่างหันไปหาวิธีการรวยทางลัดผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลทางเทคนิคที่ลึกและซับซ้อนเหมือนกับการลงทุนทั่วไป แต่กลับสามารถทำผลตอบแทนได้เร็วกว่าและสูงกว่า
หากมองมาจากภายนอก ตลาดแห่งนี้ดูเหมือนจะหอมหวานสุดยั่วยวนแต่ทาง Citizens JMP ยืนยันว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่วิธีการที่ดีในการสร้างความมั่งคั่ง โดยนักลงทุนวัยรุ่น Gen Z ทั้งหลายกำลังตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว
ในโลกของการพนัน ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องสู้กับเจ้ามือ หรือ “โต๊ะ” ที่คอยควบคุมราคาและคัดกรองผู้เล่นที่เก่งเกินไปออก แต่ในตลาดพยากรณ์ ซึ่งไม่มีเจ้าเป็นผู้รับแทง นักลงทุนทุกคนจึงกำลังต่อสู้กับ มือโปร และ Market Makers โดยตรง ส่งผลให้รายย่อยกลายเป็นเพียงแค่สภาพคล่องให้กับปลาใหญ่ เว้นเสียแต่ว่าจะอ่านอนาคตได้แม่นยำขาดลอยได้ตลอด
รายย่อยมักคิดว่าตัวเองรู้ดีเรื่องการเมืองหรือเหตุการณ์ปัจจุบันมากกว่าเรื่องสถิติกีฬา จึงกล้าลงเงินในราคาที่ไม่สมเหตุสมผล มือโปรจึงทำหน้าที่เป็น Market Maker คอยดักกินส่วนต่างจากความลำเอียงของรายย่อยเหล่านี้
ขนาดนักพนันมืออาชีพ ยังได้เตือนว่า ตลาดพยากรณ์มอบผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจกว่าเว็บพนัน ก็เพราะว่ากลุ่มผู้ใช้งานรายย่อยนั่นเองที่เป็นคนมอบสภาพคล่อง
ตัวเลขที่น่าตกใจ
รายงานระบุว่า กลุ่มบุคคลที่เทรดในตลาดพยากรณ์ด้วยวงเงินมากกว่า $500,000 สามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ยที่ +2.6% ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้ในระดับที่ต่ำกว่านั้นทั้งหมดมีผลตอบแทนติดลบ โดยดิ่งลงไปต่ำสุดถึง -26.8% สำหรับกลุ่มผู้ที่เทรดด้วยวงเงินน้อยกว่า 100 ดอลลาร์
และในช่วงระหว่าง ก.ค. 2025 – มี.ค. 2026 อัตราค่าเฉลี่ยกำไรของนักลงทุนในตลาดพยากรณ์ได้ร่วงลงถึง -8% ในขณะที่อัตรากำไรในเว็บพนันกีฬาร่วงลงไป -5% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ตัวเลขทั้งสองเป็นการตอกย้ำว่าการพนันแทบไม่ทำให้ใครรวยมีแต่เสียกับเสีย และดูเหมือนว่าการเดิมพันไปกับตลาดพยากรณ์จะสร้างผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่าที่ใครคาดคิด
ล้างบางเว็บพนัน
สำหรับบ้านเรา การพนันถือเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แต่ในต่างประเทศเว็บพนันบางแห่งมีสถานะเป็นธุรกิจที่ถูกต้อง ซึ่งการมาถึงของตลาดพยากรณ์ควรที่จะเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเว็บไซต์เหล่านี้ แต่ความเห็นจากคนในวงการกลับออกมาตรงกันข้าม
Jason Robins ซีอีโอของ DraftKings ให้ความเห็นว่า ตลาดพยากรณ์จะไม่เข้ามาแย่งฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิมของพวกเขา และเป็นเรื่องน่าตกใจมากที่ผู้ใช้ตลาดพยากรณ์มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ในขณะที่ฐานลูกค้าเว็บพนันเป็นคนที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 31-35 ปี ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือเรื่องของการหาลูกค้าใหม่มากกว่าการแย่งฐานลูกค้าเดิม
สุดท้ายนี้การลงทุนในตลาดหุ้น หรือ คริปโต รายย่อยยังพอมีโอกาสชนะจาก การเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมอยู่บ้างถึงจะต้องใช้เวลานาน แต่ในตลาดพยากรณ์ มันคือ เกมที่ผู้ชนะได้เงินจากผู้แพ้โดยตรง (Zero-sum) เมื่อรวมค่าต๋งเข้าไปมันจึงกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่จึงขาดทุนกันยับเยิน
ที่มา : Coindesk
มุมมองผู้เขียน: การที่รายย่อยขาดทุนยับเยินยังมีสาเหตุมาจากอีกหนึ่งปัจจัย นั่นคืออาวุธที่ใช้ เนื่องจากรายย่อยเน้นการเทรดแบบซื้อครั้งเดียวแล้วรอผลลัพธ์คำโต ในขณะที่รายใหญ่เขาไม่คิดแบบนั้นและใช้วิธีซื้อๆขายๆ ด้วยบอทเทรดความเร็วสูง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่รายย่อยจะเอาชนะได้โดยใช้แค่ดวง ดังนั้นถึงตลาดพยากรณ์จะมีข้อดีตรงที่ทำให้เราได้ทราบข้อมูลที่อาจจะแม่นยำกว่าโพล แต่มันก็มีความอันตรายที่น่ากลัวกว่ามาก
