สรุปข่าว
- DZ BANK และ KfW สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ประกาศความสำเร็จในการออกพันธบัตรดิจิทัลบนบล็อกเชนสาธารณะเป็นครั้งแรก ภายใต้กฎหมาย Electronic Securities Act ที่รองรับการบันทึกหลักทรัพย์ดิจิทัล แทนกระดาษ
- เทคโนโลยี Smart Contract เข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการระบบจ่ายดอกเบี้ยและชำระเงินอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาดำเนินการจากเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วัน เหลือเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง
- โครงการนี้เป็นการเชื่อมต่อระบบบล็อกเชนเข้ากับบัญชีของธนาคารกลางเยอรมนี (Deutsche Bundesbank) โดยตรง แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการคริปโต แต่กำลังกลายเป็นรากฐานใหม่ของระบบการเงินโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างเยอรมนีเลือกใช้บล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) ในการออกพันธบัตร ถือเป็นสัญญาณบวกขั้นรุนแรงต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากสิ่งนี้ช่วยลบภาพลักษณ์ว่า บล็อกเชนมีไว้เพื่อเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในตลาดทุนระดับโลก
ตลาดการเงินของเยอรมนีจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังจาก DZ BANK และ KfW ประสบความสำเร็จในการออกพันธบัตรดิจิทัลครั้งแรกของประเทศผ่านระบบบล็อกเชนสาธารณะ
ดีลนี้ถูกยกให้เป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบตลาดทุนยุโรป เนื่องจากเป็นการพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถยกระดับกระบวนการออกพันธบัตรตั้งแต่ต้นจนจบให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบดั้งเดิมอย่างมหาศาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กฎหมาย Electronic Securities Act ของเยอรมนีที่อนุญาตให้มีการบันทึกหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัลแทนการใช้เอกสารกระดาษแบบเดิม ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าโครงสร้างตลาดการเงินที่เคยยึดถือกันมานาน
จาก 5 วันเหลือเพียง 1 ชั่วโมง
หัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือ การนำเทคโนโลยี Smart Contract เข้ามาจัดการทุกขั้นตอนแบบอัตโนมัติ โดยระบบ “Smart Bond Contracts” จะทำหน้าที่ตั้งแต่ดูแลนักลงทุน การจ่ายดอกเบี้ย ไปจนถึงการชำระเงินคืนเมื่อครบกำหนด โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางจำนวนมากเหมือนในอดีต
ผลลัพธ์ที่ได้คือ สามารถเข้ามาทำลายข้อจำกัดด้านเวลา จากเดิมที่การออกพันธบัตรในตลาดทุนต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 วัน แต่เมื่อหันมาใช้บล็อกเชนกลับทำให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความโปร่งใสให้ตรวจสอบได้ทันที
การรวมตัวของยักษ์ใหญ่: เชื่อมต่อระบบการเงินจริง
โครงการนี้ไม่ใช่แค่การทดลองภายในห้องแล็บ แต่เป็นการร่วมมือกันขององค์กรระดับแนวหน้าเพื่อเชื่อมต่อกับระบบการเงินจริง ซึ่ง WM Datenservice เข้ามารับหน้าที่จัดการหมายเลข ISIN อัตโนมัติ ขณะที่ Cashlink ดูแลทะเบียนหลักทรัพย์ดิจิทัล และที่สำคัญที่สุดคือ การได้รับความร่วมมือจากธนาคารกลางเยอรมนี (Deutsche Bundesbank) ในการเชื่อมระบบบล็อกเชน เข้ากับบัญชีธนาคารกลางเพื่อความสมบูรณ์ในการชำระเงิน
ผู้บริหารของ DZ BANK ระบุชัดเจนว่า บล็อกเชนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต เพราะข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ แทบจะไม่มีทางถูกปลอมแปลงได้ และทำงานด้วยระบบอัตโนมัติที่แม่นยำ
อนาคตของยุโรปบนโลกบล็อกเชน
KfW ในฐานะหนึ่งในผู้ออกพันธบัตรรายใหญ่ของโลกมองว่า โครงการนี้เป็นแผนยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนยุโรปบนเวทีโลก
การขยับตัวครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เยอรมนีกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินในภูมิภาค และเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังย้ายจากภาพจำเดิม ที่เป็นเพียงเครื่องมือของคริปโตเคอร์เรนซี ไปสู่การเป็นโครงสร้างหลักของระบบการเงินโลก
ที่มา : todayq news
มุมมองผู้เขียน : การที่เยอรมนีกล้าออกพันธบัตรบน Public Blockchain แทนที่จะใช้ Private Blockchain แบบปิด แปลว่าเขามั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของมันมาก ซึ่งการลดเวลาจาก 5 วันเหลือ 1 ชั่วโมงคือ Pain Point ใหญ่ของโลกการเงินที่ถูกแก้ได้สำเร็จ
