สรุปข่าว
- Bitcoin (BTC) เผชิญแรงเทขายหนักในช่วงเช้ามืด ดิ่งทะลุแนวรับสำคัญ $68,000 ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $67,400 ส่งผลให้ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ร่วงลงสู่โซน “Extreme Fear” ที่ระดับ 11 ทันที
- ตลาดฟิวเจอร์สเกิดเอฟเฟกต์โดมิโน หลังนักเทรดฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ตรวมกว่า $280 ล้าน จากยอดการล้างพอร์ตทั้งหมด $350 ล้านในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ฝั่งกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงมีเงินไหลออกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 นำโดย GBTC ของ Grayscale ขณะที่ปัจจัยมหภาคเรื่องการคงดอกเบี้ยของ Fed ยังคงเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้รายใหญ่เลือกชะลอการเข้าซื้อ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ในระยะสั้นกราฟเทคนิคัลแสดงสัญญาณลบชัดเจนหลังราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 ในกรอบ 4 ชั่วโมง พร้อมวอลุ่มขายที่หนาแน่นผิดปกติ แม้ดัชนี RSI จะเข้าสู่เขตขายมากเกินไปที่ระดับต่ำกว่า 25 ซึ่งอาจมีการรีบาวด์สั้นๆ แต่ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ $69,000 ได้อย่างมั่นคง แรงกดดันฝั่งขายจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยมีแนวรับถัดไปที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดบริเวณ $65,000 และแนวรับจิตวิทยาที่ $60,000
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเปิดสัปดาห์ด้วยบรรยากาศตึงเครียด หลังราคา Bitcoin ร่วงทะลุแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ $68,000 อย่างรวดเร็ว โดยแรงเทขายเริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. ถึง 04:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคา Bitcoin ดิ่งลงจากระดับ $69,500 ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ $67,400 ภายในไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะรีบาวด์กลับขึ้นมาเล็กน้อย
กราฟ BTCUSD ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงบน TradingView เผยให้เห็นแท่งเทียนสีแดงที่ดิ่งทะลุเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 ลงมา พร้อมปริมาณการซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ บ่งชี้ว่า นี่คือแรงขายจากรายใหญ่ที่เข้ามากดราคาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการปรับตัวตามกลไกปกติของตลาดทั่วไป

ขณะที่ RSI ก็ร่วงลงไปแตะโซน Oversold ที่ระดับต่ำกว่า 30 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

ตลาดฟิวเจอร์ส โดนล้างพอร์ตกว่า $350 ล้าน
ข้อมูลล่าสุดจาก Coinglass ระบุว่า เหตุการณ์ราคาดิ่งครั้งนี้ สร้างความเสียหายมหาศาล โดยมียอดการล้างพอร์ตตลาดฟิวเจอรส์มูลค่ารวมสูงถึง $350 ล้าน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเสียความหายจากนักเทรดฝั่ง Long ถึง $280 ล้าน ซึ่งการถูกล้างพอร์ตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงแรงกว่าปกติ เหมือนโดมิโนที่ล้มต่อเนื่องกันไป

ในขณะที่ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ดิ่งลงมาอยู่ที่ระดับ 11 ตัวเลขนี้ต่ำที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ สะท้อนถึงสภาวะความกลัวสุดขีดของผู้คนในตลาด ที่เริ่มขาดความเชื่อมั่น และชะลอการเข้าถือครองสินทรัพย์

กองทุน ETF เงินไหลออกต่อเนื่อง พ่วงปัจจัย Fed อาจเลื่อนการลดดอกเบี้ย
ฝั่งสถาบันการเงินที่เคยเป็นแรงหนุนหลักผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ก็เริ่มแสดงอาการอ่อนแรง โดยมีการบันทึกเงินไหลออกสุทธิ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 รวมมูลค่ากว่า $140 ล้าน
ซึ่งกองทุน GBTC ของ Grayscale ยังคงเป็นแรงขายหลัก ขณะที่กองทุน IBIT จาก BlackRock แม้จะมีเงินไหลเข้า แต่ก็มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอที่จะพยุงตลาดได้
ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจพิจารณาเลื่อนการลดอัตราดอกเบี้ยออกไปอีก ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดรวมถึงคริปโตขาดปัจจัยบวกที่จะมาช่วยกระตุ้นราคาในเวลานี้
จุดสะสมของแมงเม่า หรือโอกาสทองของนักลงทุน ?
หากพิจารณาจากสถิติในอดีต ทุกครั้งที่ตลาดเข้าสู่โซน Extreme Fear มักจะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมของนักลงทุนระยะยาวที่มองหาต้นทุนต่ำ
แต่ในทางเทคนิคยังคงต้องระวังแนวรับถัดไปที่ $65,000 ซึ่งเป็นโซนที่มีวอลุ่มการซื้อหนาแน่นในอดีต หากราคาไม่สามารถรักษาฐานนี้ไว้ได้เป้าหมายถัดไปอาจอยู่ที่ $60,000 ซึ่งเป็นจุดวัดใจสำคัญในเชิงจิตวิทยา
ส่วนทางด้านขาขึ้นนั้น Bitcoin จำเป็นต้องกลับไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ $68,000 ถึง $69,000 ให้ได้เสียก่อน บรรยากาศของฝั่งขาขึ้นถึงจะเริ่มกลับมาสดใสได้อีกครั้ง
ในสภาวะแบบนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์ อย่า FOMO อย่า Panic Sell ทิ้งทุกอย่างตอนที่ตลาดกลัวที่สุด ใครที่มีแผน DCA อยู่แล้ว ก็เดินหน้าตามแผนต่อไป ส่วนใครที่ยังไม่มีโพซิชันรอดูให้ตลาดนิ่งก่อนค่อยตัดสินใจทำการลงทุน
มุมมองผู้เขียน : สถานการณ์ตอนนี้เหมือนตลาดกำลังถูกบีบให้เลือกทาง ความกลัวที่พุ่งสูงถึงระดับ 11 บอกเราว่าคนส่วนใหญ่กำลัง Panic แต่สำหรับสาย DCA นี่คือช่วงเวลาที่ต้องมีวินัยมากที่สุด
การที่ราคา Bitcoin หลุดแนวรับสำคัญมักจะตามมาด้วยอาการ Sideways เพื่อเลือกทิศทางใหม่ เราอาจเห็นราคาแกว่งตัวในกรอบ $65,000 – $68,000 ไปอีกสักพักจนกว่าจะมีข่าวใหม่จากฝั่ง Fed หรือตัวเลขเงินเฟ้อออกมาช่วยชี้ทาง
