สรุปข่าว
- ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ได้ถูกรับเชิญมาเป็นวิทยากรในงานบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และได้เปิดเผยข้อมูลและตอบข้อสงสัยมากมายบนเวที
- เฟดยืนยันความเป็นอิสระจากการเมือง 100% โดยจะมุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่าการเล่นเกมการเมืองหรือแข่งกับต่างชาติ
- เขาฝากถึงนักศึกษาให้มองโลกในแง่บวกและเร่งเรียนรู้การใช้งาน AI เพราะนี่คือเทคโนโลยีที่จะสร้างโอกาสใหม่ในระยะยาวไม่ใช่ภัยคุกคามที่น่ากลัว
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ในการบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้เปิดมุมมองรอบด้านตั้งแต่ชีวิตส่วนตัวไปจนถึงหลักการทำงานที่เปิดรับความเห็นต่างในองค์กร เขาย้ำชัดว่าธนาคารกลางต้องรักษาความเป็นอิสระจากการเมืองอย่างเด็ดขาดเพื่อทำหน้าที่เพื่อประชาชน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน พร้อมกันนี้ยังแสดงความกังวลต่อหนี้สาธารณะสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากตลาดสินเชื่อนอกระบบ ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำแก่นักศึกษาจบใหม่ให้เร่งติดอาวุธทักษะด้าน AI และมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้เป็นภัยคุกคามแรงงาน
เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน ได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ท่ามกลางความสนใจจากนักศึกษาและผู้ชมจำนวนมาก ครั้งนี้เขาไม่ได้มาในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลางที่พูดเรื่องนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่เปิดใจพูดทุกเรื่อง ตั้งแต่ชีวิตส่วนตัว การเมือง ไปจนถึงอนาคตของ AI
1. เส้นทางอาชีพ
หลายคนอาจสงสัยว่าพาวเวลล์ขึ้นมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เขาเล่าว่าไม่ได้เริ่มต้นจากการเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่จบรัฐศาสตร์จากพรินซ์ตัน และนิติศาสตร์จากจอร์จทาวน์ ที่น่าแปลกใจคือ วิชาที่เขาชอบที่สุดกลับเป็นกีตาร์อะคูสติก ถึงขั้นเล่นแทบทั้งวัน ก่อนจะค้นพบว่าอยากทำอะไรในชีวิตจริงๆ ก่อนมาทำงานกับเฟด
พาวเวลล์เคยอยู่ภาคเอกชนในสาย Private Equity ที่ Carlyle Group จากนั้นย้ายมาภาครัฐตามที่ตั้งใจ โดยดำรงตำแหน่ง Assistant Secretary และ Under Secretary of the Treasury ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช
ปี 2012 พาวเวลล์เข้ามาทำงานในเฟด และใช้เวลาเพียง 6 ปีก็ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานโดยทรัมป์ในปี 2018 สะท้อนให้เห็นประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายยุคหลายสมัย

2. ความขัดแย้งภายใน FOMC
ในประเด็นนี้ พาวเวลล์ไม่ได้มองว่า ความเห็นต่างในคณะกรรมการ FOMC เป็นอุปสรรค กลับมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะการรับฟังข้อโต้แย้งช่วยให้ตัดสินใจรอบคอบขึ้น เหมือนทำธุรกิจที่ต้องฟังจุดอ่อนของข้อตกลงเสมอ
เขาบอกว่าในสถานการณ์ซับซ้อน การพยายามให้ทุกคนเห็นตรงกันอาจไม่ต่างจากการหลอกตัวเอง พร้อมเปรียบว่าการพยากรณ์เศรษฐกิจก็เหมือนพยากรณ์อากาศ มีความแม่นยำจำกัด จึงต้องพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนเสมอ เขาทิ้งท้ายว่า “ความมั่นใจคือสิ่งที่คุณรู้สึกก่อนจะเข้าใจปัญหาจริงๆ”
3. นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ได้ผลจริงไหม
ย้อนไปในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 และวิกฤตโควิดปี 2020 เมื่อดอกเบี้ยถูกลดจนเหลือศูนย์ เฟดจึงเหลือหนทางเพียงแค่ 2 คือการทำ QE และ Forward Guidance
พาวเวลล์ประเมินว่ามาตรการเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาดการเงิน สหรัฐฯ หลีกเลี่ยงภาวะถดถอยและทำ Soft Landing ได้สำเร็จในช่วงปลายปี 2024 เศรษฐกิจยังเติบโต ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อเริ่มเข้าใกล้เป้าหมาย 2%
หลังจากจัดการปัญหาเดิมได้ไม่นาน เฟดก็ต้องเผชิญแหล่งเงินเฟ้อใหม่จากภาษีนำเข้า แต่พวกเขาคาดว่าปัญหานี้ยังไม่หนักเท่าช่วงโควิด และยังไม่พบผลกระทบเชิงลบที่หลายฝ่ายเคยกังวล ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อรุนแรงทันที ตลาดพันธบัตรพัง หรือความเหลื่อมล้ำ
4. Supply Shocks และเงินเฟ้อ
ส่วนตัว Powell มองว่า เงินเฟ้อที่พุ่งสูงไม่ได้เกิดจากการพิมพ์เงินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต้องการซื้อที่พุ่งขึ้นรวดเร็ว ขณะที่ฝั่งการผลิตหยุดชะงัก
เครื่องมือต่างๆของ Fed ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับอุปสงค์ ไม่ใช่ความผันผวนของอุปทาน ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตอุปทาน เช่น การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานจากปัญหาในตะวันออกกลาง หรือผลกระทบจากกำแพงภาษี Fed มักจะมองข้ามผลกระทบระยะสั้นเหล่านี้ไป
เหตุผลคือ กว่านโยบายการเงินจะมีผลชัดเจน ราคาสินค้าอาจกลับมาปกติแล้ว การเข้าไปแทรกแซงตอนนั้นอาจเป็นการเคลื่อนไหวผิดจังหวะ สิ่งสำคัญที่สุดคือเฝ้าระวังไม่ให้ประชาชนและภาคธุรกิจคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อระยะยาวจะสูงขึ้น
5. ความเป็นอิสระของ Fed
พาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดต้องเป็นอิสระจากการเมือง 100% ไม่มีการแทรกแซง ไม่ฝักใฝ่พรรคใด เฟดควรมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นหลัก ไม่ใช่ไปแข่งขันชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นอย่างจีน เพราะนั่นถือเป็นการทำงานผิดวัตถุประสงค์
เขาย้ำว่าการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนทำได้ง่ายๆ แค่ก้มหน้าทำหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมาย และไม่เข้าไปยุ่งกับประเด็นร้อนทางการเมือง
6. ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ
แม้การจัดการหนี้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของเฟด แต่พาวเวลล์ให้ความเห็นว่าขนาดหนี้สาธารณะในปัจจุบันอาจยังไม่ถึงจุดวิกฤต แต่เส้นทางการเติบโตของหนี้ที่โตเร็วกว่าเศรษฐกิจนั้นไม่ยั่งยืนในระยะยาว รัฐบาลจำเป็นต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
7. เสถียรภาพทางการเงินและความเสี่ยงในปัจจุบัน
หลังวิกฤตปี 2008 เฟดตั้งแผนกเสถียรภาพทางการเงินขึ้นมา และบังคับใช้กฎระเบียบที่ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่มีเงินทุนและสภาพคล่องสูงขึ้นมาก ความเสี่ยงแบบเดิมจึงไม่น่ากังวลเท่าไหร่
แต่ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ต่างหากที่เฟดกำลังจับตา เช่น ตลาดสินเชื่อนอกระบบธนาคาร ซึ่งถึงจะยังเล็กและยังไม่พบสัญญาณลุกลามเป็นวิกฤตระบบ แต่ก็ปล่อยไว้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็ต้องติดตามเช่นกัน แม้ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการโจมตีที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่
8. มุมมองต่อเทคโนโลยี AI และคำแนะนำสำหรับนักศึกษาจบใหม่
สุดท้ายนี้ Powell ยอมรับว่านักศึกษาปัจจุบันเผชิญความท้าทายในการหางาน เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เขาแนะนำให้ลงทุนเวลาไปกับการเรียนรู้และใช้งาน LLMs หรือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในระยะสั้น AI อาจกระทบตำแหน่งงานเดิมหรือทำให้บางสายงานถูกแทนที่ แต่ในระยะกลางถึงยาว AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานใหม่ เหมือนที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เคยทำมาในอดีต
เขาจึงเน้นย้ำให้มองเศรษฐกิจในแง่บวก เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัย
