bitkub-banner

ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $105 สูงสุดในรอบ 3 ปี Bitcoin จะร่วงซ้ำรอย ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแตะระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการประกาศนโยบายควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
  • ข้อมูลย้อนหลังในรอบ 12 ปีชี้ให้เห็นว่า ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ มักจะเกิดการปรับฐานรุนแรงของ Bitcoin ตามมาเสมอ โดยเฉพาะในปี 2014 และ 2022 ที่ราคาร่วงลงตั้งแต่ 14% ไปจนถึง 27% ภายในระยะเวลาอันสั้น
  • นักวิเคราะห์เตือนว่า การเชื่อมโยงนี้อาจไม่ใช่สาเหตุเดียว เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์วิกฤตเฉพาะตัวของคริปโตอย่างการล่มสลายของ Mt. Gox และ Terra-Luna เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงยังสรุปไม่ได้แน่ชัดว่า น้ำมันแพงคือชนวนเหตุโดยตรง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้ตัวเลขสถิติในอดีตจะดูน่ากังวล แต่ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันและ Bitcoin ยังมีกลุ่มตัวอย่างที่น้อยเกินไปเพียง 3 ครั้งในรอบทศวรรษ ซึ่งสภาวะตลาดในปัจจุบันมีความแตกต่างจากปี 2022 อย่างมาก โดยเฉพาะการเข้ามาของสถาบันการเงินและกองทุน ETF ที่ช่วยสร้างฐานรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม 

การที่ราคาน้ำมันพุ่งสูง อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง แต่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า น้ำมันที่ 105 ดอลลาร์จะบีบให้ Bitcoin เข้าสู่ตลาดหมีระยะยาวได้ด้วยตัวมันเองเพียงปัจจัยเดียว

ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานแตะระดับ 105 ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี และกลายเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนคริปโตกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในอดีตราคาน้ำมันที่ระดับนี้ มักมาพร้อมกับการปรับฐานครั้งใหญ่ของ Bitcoin เสมอ 

การขยับตัวของราคาน้ำมันรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่านแบบไม่มีกำหนด ส่งผลให้ตลาดพลังงานเกิดความระส่ำระสาย และส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ น้ำมันแตะ $105 ทีไร Bitcoin มีร่วง

หากย้อนดูข้อมูลย้อนหลังในรอบ 12 ปี เหตุการณ์แรกที่น้ำมัน WTI พุ่งขึ้นเหนือ 105 ดอลลาร์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2014 หลังจากกลุ่ม ISIS บุกยึดเมืองสำคัญในอิรัก แม้สัปดาห์แรก Bitcoin จะยังนิ่งสนิท แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 10 สัปดาห์ ราคา Bitcoin ก็ปรับฐานลงรุนแรงถึง 21% จาก 600 ดอลลาร์ เหลือเพียง 468 ดอลลาร์ และต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีกว่าราคา Bitcoin จะกลับมายืนที่ระดับราคาเดิมได้ 

ราคา Bitcoin/USD (สีน้ำเงิน ซ้าย) เทียบกับราคาน้ำมัน WTI (สีแดง ขวา) ที่มา: TradingView

ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2022 ช่วงเริ่มต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคา Bitcoin ก็ร่วงลงทันที 14% ภายในเวลาเพียง 7 วัน แต่ในรอบนั้นราคา Bitcoin สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้ภายในหนึ่งเดือน แม้ราคาน้ำมันจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงก็ตาม

ราคา Bitcoin/USD (สีน้ำเงิน ซ้าย) เทียบกับราคาน้ำมัน WTI (สีแดง ขวา) ที่มา: TradingView

วิกฤตปี 2022 เมื่อน้ำมันแพง มาพร้อมกับการล่มสลายในวงการคริปโต

เหตุการณ์ล่าสุดที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์คือ วันที่ 4 พฤษภาคม 2022 เมื่อยุโรปได้เสนอแผนแบนน้ำมันรัสเซีย ซึ่งในครั้งนั้นราคา Bitcoin ร่วงลงหนักถึง 27% ภายในหนึ่งสัปดาห์ และเข้าสู่ตลาดหมีที่ยาวนานถึง 19 เดือน 

ราคา Bitcoin/USD (สีน้ำเงิน ซ้าย) เทียบกับราคาน้ำมัน WTI (สีแดง ขวา) ที่มา: TradingView

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการล่มสลายของระบบนิเวศ Terra-Luna ซึ่งเป็นวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ของวงการคริปโต เช่นเดียวกับในปี 2014 ที่เกิดเหตุการณ์แฮ็กเว็บเทรด Mt. Gox ทำให้นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า แรงเทขายที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงแล้วมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น หรือมาจากปัญหาภายในของอุตสาหกรรมคริปโตเองกันแน่

สัญญาณลบที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัด

แม้ความกังวลจะปกคลุมตลาด แต่ข้อมูลเพียง 3 เหตุการณ์ในรอบกว่าทศวรรษอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า ราคาน้ำมันคือตัวการหลักที่ทุบราคา Bitcoin เนื่องจากการเชื่อมโยงนี้อาจเป็นการจับแพะชนแกะ หากมองข้ามปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ อย่างสภาพคล่องในระบบ หรือนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ 

การที่ราคาน้ำมันกลับมาแตะเลขสามหลักอีกครั้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง และราคาสินค้า ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท นักลงทุนจึงควรเฝ้าระวังความผันผวนที่จะเกิดขึ้น ในช่วงสัปดาห์นี้เป็นพิเศษ

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : ราคาน้ำมันที่ 105 ดอลลาร์อาจเป็นตัวกระตุ้นมากกว่าสาเหตุหลัก แม้ตามประวัติศาสตร์แล้ว ราคา Bitcoin มักจะร่วงหนักตอนที่น้ำมันแพง แต่ทุกครั้งก็มักจะมีข่าวร้ายแรงของวงการคริปโตมาซ้ำเติมอยู่ด้วยเสมอ