bitkub-banner

Trump กดดันยุโรปซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ หลังช่องแคบฮอร์มุซปิดทำอาเซียน-ยุโรปขาดน้ำมัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 Trump กดดันให้ประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงอากาศยาน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซปิด หันมาซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ แทน โดยยกอังกฤษเป็นตัวอย่างและวิจารณ์ว่าปฏิเสธเข้าร่วมปฏิบัติการที่เกี่ยวกับอิหร่าน
  • ช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลงอย่างมีประสิทธิภาพแล้วในขณะนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง บางประเทศในเอเชียเริ่มขาดแคลนเชื้อเพลิง และยุโรปคาดว่าจะเผชิญปัญหาเดียวกันในเดือนเมษายน
  • Wall Street Journal รายงานว่า Trump บอกผู้ช่วยว่าพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านแม้ช่องแคบจะยังคงปิดอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของวิกฤตพลังงานโลกในระยะถัดไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปยังกดดันให้บรรยากาศตลาดเป็นลบ นักลงทุนหนีไปสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้นและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมากล่าวกดดันประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอากาศยานอันเนื่องมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้ “คำแนะนำ” สองข้อ ได้แก่ หันมาซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ ซึ่งมีสำรองพลังงานเพียงพอ และให้ “ยึดคืน” ช่องแคบนั้นด้วยตัวเอง Trump ยังวิจารณ์อังกฤษโดยตรงว่าปฏิเสธเข้าร่วมปฏิบัติการที่เกี่ยวกับอิหร่าน รวมถึงวิจารณ์ฝรั่งเศสว่า “ไม่ให้ความร่วมมือ” ด้วยเช่นกัน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ปิดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การเดินเรือรายวันลดลงอย่างมาก และกระทบต่อซัพพลายน้ำมันและก๊าซทั่วโลก

https://x.com/kobeissiletter/status/2038951061394796728?s=46

วิกฤตพลังงานโลกรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งแรง

ผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว บางประเทศในเอเชียเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง และยุโรปคาดว่าจะเผชิญปัญหาเดียวกันในเดือนเมษายน 2569 ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $105 แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะเดียวกัน Wall Street Journal รายงานเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569 ว่า Trump ได้บอกกับผู้ช่วยว่าตนพร้อมจะยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดอยู่เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ อาจกำลังมองหาทางออกทางการทูตหรือหยุดยิงในระยะสั้น แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าช่องแคบจะเปิดใหม่เมื่อใด

ความร้าวฉานระหว่างสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรยุโรปยิ่งลึก

การกดดันของ Trump ต่อยุโรปครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 Trump ได้เรียกร้องให้ NATO เข้าร่วมปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าชาติยุโรปที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางควรรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางดังกล่าว แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วจากผู้นำยุโรป ทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer และรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี Boris Pistorius ที่ระบุว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของยุโรป”

นอกจากนี้ Trump ยังเคยกล่าวว่า “นี่คือบทพิสูจน์ NATO” และสหรัฐฯ “จะจำ” การที่ชาติพันธมิตรไม่ให้ความช่วยเหลือในความขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับพันธมิตรยุโรปตึงเครียดยิ่งขึ้น Siam Blockchain รายงานก่อนหน้านี้ว่า JD Vance เชื่อว่าสงครามใกล้คลี่คลายและราคาน้ำมันจะลง แต่ดูเหมือนความตึงเครียดยังไม่บรรเทาลงง่ายๆ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง

วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่า Bitcoin ร่วงทะลุต่ำกว่า $68,000 ท่ามกลางบรรยากาศความกลัวที่เพิ่มสูงขึ้น และ นักวิเคราะห์ชี้ว่าโซน $65,000 อาจเป็นจุดสะสมท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง ราคาน้ำมันที่สูงเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมในระยะสั้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้ดูเหมือน Trump กำลังใช้วิกฤตพลังงานเป็นไพ่ต่อรองกับยุโรปให้หันมาซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งก็สมเหตุสมผลในแง่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยุโรปไม่ได้ปรับเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน สิ่งที่น่าจับตาตอนนี้คือ Wall Street Journal รายงานว่า Trump เองอาจพร้อมยุติปฏิบัติการในอิหร่านก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตลาดอาจดีดตัวกลับได้เร็วกว่าที่คิด แต่ก็ยังต้องรอดูว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้จริงหรือเปล่า เพราะนั่นต่างหากที่เป็นตัวแปรหลักที่จะบอกว่าวิกฤตพลังงานรอบนี้จะลากยาวแค่ไหน

เครดิตภาพจาก @PrinceEwa5