สรุปข่าว
- กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้องร้อง 10 คนต่างชาติจาก 4 บริษัทคริปโต ในข้อหาสมคบกันปั้มราคาและเทขายเหรียญเพื่อหลอกลวงนักลงทุน
- สามผู้บริหารรวมถึง CEO สองคน ถูกส่งตัวจากสิงคโปร์และขึ้นศาลสหรัฐฯ ในโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ผลจากปฏิบัติการ FBI ชื่อ “Operation Token Mirrors”
- คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐฯ พร้อมติดตามผู้กระทำผิดข้ามประเทศ และนักลงทุนควรระวังสัญญาณของการปั้มราคาในตลาดคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวการฟ้องร้องและจับกุมผู้บริหารหลายรายในข้อหาโกงตลาดคริปโตส่งสัญญาณเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มเหรียญขนาดเล็กที่อาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านการปั้มราคา อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในระยะยาวอาจช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ตลาดโดยรวม
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ว่าคณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางได้ฟ้องร้องบุคคล 10 รายจาก 4 บริษัทคริปโตในฐานะผู้ให้บริการทำตลาด ได้แก่ Gotbit, Vortex, Antier และ Contrarian ในข้อหาสมคบกันดำเนินโครงการปั้มราคาและเทขายเหรียญคริปโต (pump-and-dump) เพื่อเอาเปรียบนักลงทุนทั่วโลก ตามรายงานจาก “>Cointelegraph สามผู้บริหาร รวมถึง CEO สองคน ถูกส่งตัวจากสิงคโปร์และปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นครั้งแรก คดีนี้เป็นผลจากปฏิบัติการลับของ FBI และกรมสอบสวนอาชญากรรมทางภาษี (IRS-CI) ที่ใช้ชื่อว่า “Operation Token Mirrors” ซึ่งมีการสร้างโทเคนปลอมขึ้นมาเพื่อดักจับผู้กระทำผิดโดยเฉพาะ
Operation Token Mirrors ปฏิบัติการดักจับด้วยเหรียญปลอม
FBI และ IRS-CI วางแผนปฏิบัติการลับโดยสร้างโทเคนคริปโตปลอมหลายตัวขึ้นมาเอง รวมถึงโทเคนชื่อ NexFundAI เพื่อล่อให้บริษัทที่ต้องสงสัยเข้ามารับงานทำตลาดอย่างผิดกฎหมาย วิธีการที่ถูกกล่าวหาคือ “wash trading” หรือการที่เทรดเดอร์สมคบกันทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในธุรกรรมเดียวกัน เพื่อสร้างภาพลวงตาว่าเหรียญมีปริมาณซื้อขายสูงและเป็นที่ต้องการ จากนั้นจึงปั้มราคาขึ้นไปก่อนที่จะเทขายทิ้งให้นักลงทุนที่ไม่รู้เรื่องรับผลขาดทุน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยึดสินทรัพย์คริปโตได้แล้วกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้ต้องหาหลักและกระบวนการส่งตัวข้ามประเทศ
สามผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวจากสิงคโปร์ ได้แก่ Manu Singh อายุ 34 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท Contrarian, Vasu Sharma อายุ 26 ปี ผู้ดูแลด้านการพัฒนาธุรกิจของ Contrarian และ Gora ที่ถูกระบุเป็นผู้ต้องหารายที่สาม โดย Manu Singh และ Vasu Sharma ถูกจับกุมในสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2025 ตามคำร้องขอของสหรัฐฯ ก่อนจะถูกส่งตัวมาขึ้นศาลในเดือนมีนาคม 2026 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2025 คณะลูกขุนใหญ่ในโอกแลนด์ยังได้ฟ้องร้องพลเมืองอินเดียอีก 4 รายในข้อหาฉ้อโกงทางสายและสมคบกันฉ้อโกงทางสาย ซึ่งรวมถึง Kushagra Srivastava ผู้ดำรงตำแหน่ง CFO ของ Contrarian และ Sabby Singh ผู้ดูแลด้านพัฒนาธุรกิจของบริษัท Antier Solutions ทั้งนี้มีผู้ต้องหา 2 รายยอมรับสารภาพและได้รับการพิพากษาแล้วโดยผู้พิพากษา Araceli Martínez-Olguín
การประกาศคดีนี้มาจากอัยการสหรัฐฯ Craig H. Missakian ร่วมกับผู้บัญชาการ FBI รักษาการ Matt Cobo และหัวหน้าสำนักงาน IRS-CI โอกแลนด์ Linda Nguyen ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินด้านคริปโต แม้ผู้กระทำผิดจะหลบอยู่ต่างประเทศก็ตาม
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดีนี้น่าสนใจมากในแง่ของการบังคับใช้กฎหมาย เพราะ FBI ยอมลงทุนสร้างโทเคนปลอมขึ้นมาเองเพื่อดักจับคนทำผิด แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานสหรัฐฯ เริ่มเข้าใจกลไกของตลาดคริปโตอย่างลึกซึ้งกว่าแต่ก่อนมาก สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือผลการพิจารณาคดีในชั้นศาล และว่าจะมีการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทอื่นๆ อีกหรือไม่ สำหรับนักลงทุนที่ชอบเหรียญขนาดเล็ก ผมคิดว่าควรระมัดระวังปริมาณซื้อขายที่พุ่งขึ้นมาผิดปกติโดยไม่มีเหตุผลรองรับ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของ wash trading ที่กำลังเกิดขึ้น และหวังว่าคดีลักษณะนี้จะช่วยทำให้ตลาดโดยรวมโปร่งใสขึ้นในระยะยาว
ภาพจาก AI
