สรุปข่าว
- Li Xiong ประธานกลุ่ม Huione Group ถูกส่งตัวข้ามแดนจากกัมพูชากลับไปดำเนินคดีที่จีน ในข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกงระดับพันล้าน
- เครือข่ายใหญ่ระดับโลก: Huione ถูกระบุว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการหมุนเวียนคริปโตในตลาดมืดสูงถึง 89,000 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 3 ล้านล้านบาท)
- ก่อนหน้านี้ DOJ สหรัฐฯ เพิ่งอายัด Bitcoin กว่า 1.2 แสน BTC จากหัวหน้ากลุ่ม Prince Group พร้อมสั่งแบงก์ทั่วโลกตัดขาดธุรกรรมกับกลุ่มอาชญากรนี้
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจส่งตัวนาย Li Xiong อดีตประธาน Huione Group กลับไปรับโทษที่จีนในฐานะคนสำคัญของเครือข่ายฟอกเงินคริปโตรายใหญ่ ที่เบื้องหลังเป็นท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลงทุนคริปโต ซึ่งมีเงินผิดกฎหมายหมุนเวียนในตลาดมืดสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ด้านทางการจีนส่งสัญญาณเตือนชัดเจนถึงสมาชิกที่เหลือว่า ให้รีบเข้ามอบตัว เพราะพื้นที่กบดานกำลังหมดไปภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศ
สื่อข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าคดีอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่ หลังทางการกัมพูชาตัดสินใจส่งตัว นาย Li Xiong อดีตประธานกลุ่ม Huione Group กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน ภายใต้ปฏิบัติการกวาดล้างองค์กรอาชญากรรมของ นาย Chen Zhi ที่สร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลก
Huione Group ถูกระบุว่าเป็น “สถานที่ฟอกเงินคริปโต” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้กลโกงหลอกลงทุนคริปโต
ข้อมูลการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้บริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาลกว่า 8.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 3 ล้านล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นผลพวงจากการขยายผลหลังการจับกุมตัวการใหญ่ นาย Chen Zhi เมื่อ 3 เดือนก่อน ซึ่งในเวลาต่อมากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้บุกอายัดบิทคอยน์จำนวนกว่า 127,271 BTC มูลค่ากว่า 5.4 แสนล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้ธนาคารทั่วโลกแบนธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับ Huione ทั้งหมด
ด้านทางการจีนออกแถลงการณ์เตือนสมาชิกที่เหลือของ Huione ให้รีบเข้ามอบตัว โดยย้ำชัดว่าความร่วมมือระหว่างประเทศจะถูกยกระดับขึ้น เพื่อล้างบางอาชญากรไซเบอร์ให้สิ้นซาก
มุมมองผู้เขียน: การทลายเครือข่าย Huione ไม่เพียงแต่เป็นการตัดวงจรเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความทุกข์ระทมให้คนไทยจำนวนมาก แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าโลกคริปโตจะไม่ใช่ “พื้นที่ไร้กฎหมาย” อีกต่อไป ในอนาคตเราอาจเห็นการตามรอยเส้นทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
ที่มา:cointelegraph
