สรุปข่าว
- แคนาดาผ่านกฎหมาย Stablecoin Act อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 บังคับผู้ออก Stablecoin สำรองสินทรัพย์ 1:1 จดทะเบียนกับธนาคารกลางแคนาดา และรับแลกคืนในราคาตามหน้า
- กฎหมายยังห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใด ๆ ให้ผู้ถือ และกำหนดให้เก็บสำรองแยกจากทรัพย์สินของผู้ออกและผู้ดูแล เพื่อปกป้องผู้ถือในกรณีล้มละลาย
- กฎระเบียบฉบับเต็มคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 หลังผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่แคนาดามีกรอบกฎหมายชัดเจนสำหรับ Stablecoin เพิ่มความชอบธรรมให้ภาคส่วนนี้ในระดับนโยบาย และอาจดึงดูดผู้ออก Stablecoin ที่ต้องการตลาดที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคา USDT และ USDC ในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากกฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงปี 2570
แคนาดากลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีกรอบกฎหมายคุม Stablecoin อย่างเป็นทางการ หลัง Bill C-15 หรือ Budget Implementation Act, 2025, No. 1 ผ่านการรับรองจากราชวงศ์ (Royal Assent) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติที่เรียกว่า “Stablecoin Act” ตามรายงานจาก “>Cointelegraph กฎหมายนี้กำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ที่ผูกกับสกุลเงินดั้งเดิมต้องจดทะเบียนกับธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada) สำรองสินทรัพย์สภาพคล่องสูงในอัตราส่วน 1:1 กับสกุลเงินอ้างอิง และเปิดให้ผู้ถือแลกคืนได้ในราคาตามหน้า (at-par redemption) กฎระเบียบรายละเอียดทั้งหมดคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 หลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
เงื่อนไขสำคัญที่ผู้ออก Stablecoin ต้องปฏิบัติตาม
นอกจากข้อกำหนดด้านสำรองและการจดทะเบียน กฎหมายยังกำหนดรายละเอียดที่เข้มงวดหลายประการ ผู้ออก Stablecoin ต้องจัดทำนโยบายด้านธรรมาภิบาลองค์กร การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงแผนรับมือในกรณีที่กิจการหยุดชะงักหรือล้มละลาย สำรองที่ต้องถือต้องเก็บกับผู้ดูแลทรัพย์สินที่ผ่านคุณสมบัติและแยกออกจากทรัพย์สินของผู้ออกและผู้ดูแลทรัพย์สินรายนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าในกรณีล้มละลาย เจ้าหนี้อื่น ๆ จะไม่สามารถยึดสำรองที่เป็นของผู้ถือ Stablecoin ได้ นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใด ๆ ให้กับผู้ถือ เน้นให้ Stablecoin ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือชำระเงิน ไม่ใช่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน
กฎหมายนี้ครอบคลุมทั้งผู้ออก Stablecoin ภายในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการให้บริการแก่คนแคนาดา ส่วน Stablecoin ที่ไม่ได้ผูกกับสกุลเงินดั้งเดิม และผู้ออกที่เป็นสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ครอบคลุมอยู่แล้ว เช่น ธนาคารและสหกรณ์เครดิต จะยังอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลเดิม
แคนาดากังวลเรื่อง “ดอลลาริเซชัน” จาก Stablecoin สหรัฐฯ
หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังกฎหมายฉบับนี้คือความกังวลของธนาคารกลางแคนาดาต่อปรากฏการณ์ “ดอลลาริเซชัน” หรือการที่ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่าง USDT และ USDC อาจแพร่หลายจนบั่นทอนบทบาทของดอลลาร์แคนาดาในตลาดดิจิทัล ธนาคารกลางแคนาดาซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายนี้ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 ว่าแคนาดาจำเป็นต้องมีกรอบกำกับดูแล Stablecoin ของตัวเอง การพัฒนากรอบดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางระดับโลก ทั้งกฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ ที่ผ่านเมื่อเดือน ส.ค. 2568 และกฎหมายคริปโตของสหภาพยุโรป (MiCA) ในปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งกำลังเร่งวางรากฐานกำกับดูแลภาคนี้พร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ฮ่องกงพลาดเป้า อนุมัติไลเซนส์ผู้ออก Stablecoin ไม่ทันกำหนดการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้หลายประเทศต้องการกำกับดูแลภาคส่วนนี้ แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังคงเป็นความท้าทาย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ากฎหมายของแคนาดาฉบับนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าการกำกับดูแล Stablecoin กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในระดับโลก ข้อกำหนดที่น่าสนใจที่สุดคือการห้ามจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ถือ ซึ่งสะท้อนว่าผู้กำกับดูแลยังคงแยก Stablecoin ออกจากผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือผู้ออก Stablecoin รายใหญ่อย่าง Tether และ Circle จะตอบสนองอย่างไรต่อกรอบกฎหมายนี้ โดยเฉพาะในแง่การจดทะเบียนกับธนาคารกลางแคนาดา และสุดท้ายกว่าจะถึงปี 2570 ยังมีเวลาอีกมากให้ทุกฝ่ายปรับตัว ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดในทันทีจึงยังจำกัด
เครดิตภาพจาก
