สรุปข่าว
- นักวิเคระาห์ชี้ว่า Bitcoin ETF มีแนวโน้มแซง Gold ETF เนื่องจาก BTC มี ความสามารถในการใช้งานที่หลากหลายกว่า ปัจจุบัน Bitcoin ETF มี AUM ราว 1.24 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ Gold ETF อยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนล้านดอลลาร์ หรือห่างกันเพียงราว 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย Bitcoin ETF ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ปี ในการเติบโต เทียบกับ Gold ETF ที่ใช้เวลามากกว่า 20 ปี
- Bitwise คาดการณ์ว่า Bitcoin ETF อาจมีมูลค่ารวมแตะ 2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 โดยอิงจากพฤติกรรมของ Gold ETF ที่มักมีเงินไหลเข้าสูงสุดในปีที่ 3 ซึ่งตรงกับช่วงเวลาปัจจุบันของ Bitcoin ETF อีกทั้งสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์นี้มากขึ้น ทำให้ช่องทางการลงทุนขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
- ในช่วงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ Gold ETF มีเงินไหลออกกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ETF กลับมีเงินไหลเข้า สะท้อนบทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์หลบภัยที่เริ่มถูกยอมรับมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
Bitcoin ETF เติบโตเร็วกว่าทองคำ อีกทั้งกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงที่เงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน การเปิดให้เข้าถึงผ่านสถาบันการเงินขนาดใหญ่ อาจเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้มูลค่ารวมมีโอกาสแซง Gold ETF ในอนาคต
Gold ETF ใช้เวลาหลายสิบปีในการสะสมมูลค่า ขณะที่ Bitcoin ETF ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็เข้าใกล้ระดับเดียวกัน ข้อมูลจาก Coin Bureau สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของอัตราการเติบโต และนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ทำไม Bitcoin จึงไล่ทันสินทรัพย์ดั้งเดิมได้รวดเร็ว โดยหนึ่งในปัจจัยหลักคือศักยภาพด้านการใช้งานที่หลากหลายกว่า
Bitcoin ใช้งานได้มากกว่าทองคำ
ทองคำถูกใช้ในการเก็บมูลค่าและในบางอุตสาหกรรม ขณะที่ Bitcoin นอกจากทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าแล้ว ยังสามารถโอนข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็ว ใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน รองรับการใช้งานในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ และนำไปใช้เป็นหลักประกันทางการเงินได้ อีกทั้งยังซื้อขายได้ตลอดเวลาและถือครองได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งตัวกลาง
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Bitcoin ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่นสูง และตอบโจทย์ระบบการเงินยุคใหม่ได้มากกว่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิม
Bitcoin วิ่งตามทองเร็วแค่ไหน?
ข้อมูลจาก DL News และ Wall Street Horizon ชี้ว่า Bitcoin ETF เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่ที่สามารถแตะระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี ส่งผลให้มูลค่ารวมในปัจจุบันเข้าใกล้ Gold ETF อย่างมีรวดเร็ว และมีโอกาสแซงได้ หากแนวโน้มการเติบโตยังดำเนินต่อไป
Catalyst ที่อาจทำให้แซงเร็วขึ้น
การเปิดให้เข้าถึง Bitcoin ETF จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ทำให้ฐานนักลงทุนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันผู้จัดการเงินเริ่มแนะนำให้มีการจัดสรรสินทรัพย์บางส่วนเข้าสู่คริปโต ซึ่งอาจนำไปสู่เงินทุนไหลเข้าจำนวนมากในระยะถัดไป
นอกจากนี้ การเติบโตของตลาดอนุพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ETF ยังสะท้อนถึงความสนใจจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น และอาจเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญต่อการเติบโตของตลาดโดยรวม
ปัจจัยที่อาจทำให้แซงเร็วขึ้น
การเปิดให้เข้าถึง Bitcoin ETF ผ่านสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ช่วยขยายฐานนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายเริ่มแนะนำให้เพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลในพอร์ตการลงทุน ซึ่งอาจนำไปสู่เงินทุนไหลเข้าจำนวนมากในระยะถัดไป
นอกจากนี้ การเติบโตของตลาดอนุพันธ์ที่อิงกับ Bitcoin ETF ยังสะท้อนถึงความสนใจจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น และอาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของตลาดโดยรวม
ผู้เขียนมองว่า Bitcoin ETF มีแนวโน้มแซง Gold ETF แต่อาจจะไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ หากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด จากเดิมที่ Bitcoin ถูกมองเป็นเพียง “ทองคำดิจิทัล” ไปสู่การเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทกว้างขึ้นในระบบการเงินโลก
สำหรับนักลงทุน ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อเทียบกับทองคำในเชิงมูลค่าตลาด และยังมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
