bitkub-banner

แบงก์และบริษัทคริปโตสหรัฐฯ เจรจาลับกรอบกฎหมายตลาดคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานระบุว่าธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทคริปโตกำลังเจรจาลับเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันเรื่องกรอบกฎหมายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
  • การเจรจาเชื่อมโยงกับร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งยังติดขัดที่ประเด็นดอกเบี้ยจาก Stablecoin โดยมีวุฒิสมาชิก Bill Hagerty ชี้เป้าเดือนเมษายนนี้
  • แม้ข้อตกลงยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ความคืบหน้าของการเจรจาระดับนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่และบริษัทคริปโตนั่งเจรจาร่วมกันเพื่อสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมาก เพราะความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบคือหนึ่งในปัจจัยกดดันราคาคริปโตมาโดยตลอด หากข้อตกลงสำเร็จและกฎหมายผ่าน จะเปิดทางให้เงินทุนสถาบันไหลเข้าตลาดได้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 มีรายงานจากแหล่งข่าวในแวดวงคริปโตว่า กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทคริปโตในสหรัฐฯ กำลังเจรจากันอย่างลับๆ เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับกรอบโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Max Crypto รายงานอ้างอิงแหล่งข่าว Eleanor Terrett ว่า เงื่อนไขของข้อตกลงอาจถูกประกาศได้เร็วๆ นี้ ขณะที่ Crypto Rover ก็โพสต์ยืนยันในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ชี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้คือการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และการตรวจสอบร่างกฎหมายในแบบควบคุมการเข้าถึง ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงสุดท้ายอย่างเป็นทางการ

CLARITY Act กับประเด็นติดขัดเรื่องดอกเบี้ย Stablecoin

หัวใจของการเจรจาครั้งนี้คือร่างกฎหมาย Digital Asset Market CLARITY Act หรือที่รู้จักกันในชื่อ CLARITY Act ซึ่งมีเป้าหมายสร้างกรอบกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสหพันธรัฐ รวมถึงการกำหนดขอบเขตอำนาจระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับคณะกรรมการกำกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) โดยมีแนวโน้มให้ CFTC ดูแลตลาด Spot สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลัก

ประเด็นสำคัญที่ทำให้การเจรจาล่าช้ามาโดยตลอดคือเรื่อง “ดอกเบี้ยจาก Stablecoin” ฝั่งธนาคารต้องการจำกัดหรือห้ามไม่ให้บริษัทคริปโตจ่ายผลตอบแทนบน Stablecoin เพราะกังวลว่าจะทำให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม ขณะที่ฝั่งคริปโตมองว่าการจ่ายผลตอบแทนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการแข่งขันและการขยายฐานผู้ใช้ เมื่อเดือนที่แล้ว วุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks ได้ยกร่างข้อเสนอใหม่เรื่องดอกเบี้ย Stablecoin โดยให้กลุ่มบริษัทคริปโตและสถาบันการเงินวอลล์สตรีทตรวจสอบร่างดังกล่าวในสภาพแวดล้อมควบคุมอย่างเข้มงวด

แบงก์ชั้นนำและวุฒิสภาเร่งหาข้อสรุปก่อนเลือกตั้งกลางสมัย

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำเนียบขาวได้จัดประชุมร่วมระหว่างผู้บริหารบริษัทคริปโต สมาคมธนาคารชั้นนำ และผู้กำหนดนโยบาย โดยมีตัวแทนจาก Goldman Sachs, J.P. Morgan, Bank of America, Wells Fargo, Citi, PNC Bank และ U.S. Bank เข้าร่วม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเจรจาเดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว ล่าสุดวุฒิสมาชิก Bill Hagerty ระบุว่ามีเป้าหมายให้กฎหมายคืบหน้าในช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนการเลือกตั้งกลางสมัย

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO Ripple คาด CLARITY Act ผ่านสภาสหรัฐฯ ภายในพ.ค. 2026 ก่อนเลือกตั้งกลางสมัย สอดคล้องกับทิศทางที่สังเกตเห็นในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Jamie Dimon ยอมรับบล็อกเชนสร้างคู่แข่งใหม่ JPMorgan ต้องเร่งโทเคนไนซ์ ซึ่งสะท้อนว่าฝั่งธนาคารแบบดั้งเดิมเริ่มยอมรับความจำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาโลกคริปโตมากขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจมาก แต่ต้องตีความด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้ยังเป็นแค่การเจรจาเบื้องหลังและการตรวจสอบร่างกฎหมาย ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้ายที่ประกาศออกมา ตลาดอาจตื่นเต้นก่อนกาลได้ อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan นั่งโต๊ะเดียวกับบริษัทคริปโตเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน เป็นสัญญาณที่ดีมากในระยะยาว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่าร่างกฎหมาย CLARITY Act จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องดอกเบี้ย Stablecoin ได้หรือไม่ เพราะนั่นคือหินก้อนใหญ่สุดที่ขวางทางอยู่

ที่มา: @MaxCrypto

เครดิตภาพจาก @CryptoRover