สรุปข่าว
- ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุม 2 ผู้ต้องหาชาวไทย คดีฉ้อโกงประชาชน หลอกลงทุนผ่านโปรเจกต์คริปโต “M3 DAO”
- คนร้ายจัดสัมมนาชักชวนเหยื่อ อ้างว่าลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนคืน 3.5 ถึง 5 เท่า แถมพ่วงดอกเบี้ยรายวันอีก 0.5 – 2% สุดท้ายปิดระบบเชิดเงินหนี
- ตำรวจยึดอุปกรณ์เพียบ ทั้งสมุดบัญชี โทรศัพท์ และกระดานพรีเซนต์ ขณะที่ผู้ต้องหาหญิงอ้างว่า ตัวเองเป็นแค่ผู้ร่วมลงทุน ไม่ใช่เจ้าของแพลตฟอร์ม
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกรวบ “โค้ชเทรดคริปโต” คาบ้านพัก หลังตั้งตัวเป็นกูรูจัดสัมมนาลวงคนลงทุนโปรเจกต์ทิพย์ M3 DAO ชูจุดขายปันผลรายวันและกำไรสูงลิบจนมีคนตกเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 30 ล้านบาท ขบวนการนี้ใช้วิธีแปลงเงินบาทเป็นคริปโตเพื่อตัดตอนเส้นทางการเงินก่อนปิดเว็บเชิดเงินหนี ตำรวจฝากเตือนสายเทรดให้เช็กข้อมูลให้ชัวร์ และอย่าหลงเชื่อโอนเงินเพียงเพราะเห็นโปรไฟล์หรูหราบนโซเชียลมีเดีย
เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ. ได้นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าจับกุม น.ส.มณฑิรา (อายุ 55 ปี) โค้ชเทรดและวิทยากรหลัก และ นายชินวัตร (อายุ 22 ปี) ถึงบ้านพักในจังหวัดปทุมธานี หลังมีกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้ลงทุนในโปรเจกต์คริปโตชื่อ “M3 DAO” ผ่านเว็บไซต์ m3mars.io รวมมูลค่าความเสียหายทะลุ 30 ล้านบาท ก่อนที่แพลตฟอร์มดังกล่าวจะบล็อกการถอนเงินของนักลงทุนทั้งหมด
ใช้สัมมนาบังหน้า อ้างผลตอบแทนเว่อร์วัง
พฤติการณ์ของแก๊งนี้ใช้วิธีการคลาสสิกของแชร์ลูกโซ่ โดย น.ส.มณฑิรา จะทำหน้าที่เป็น “โค้ช” เดินสายจัดอบรมสัมมนาตามจังหวัดต่าง ๆ และโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อชักชวนให้คนมาซื้อแผนการลงทุนโดยเอาผลตอบแทนที่สูงเกินจริงมาล่อใจ

อาทิเช่น ลงทุน 100 ดอลลาร์ ได้คืน 5 เท่า, ลงทุน 5,000 ดอลลาร์ ได้คืน 4 เท่า พ่วงด้วยการการันตีปันผลรายวัน วันละ 0.5 – 2% ยิ่งไปกว่านั้น หากชวนเพื่อนมาลงทุนต่อก็จะได้โบนัสเพิ่ม ทำให้ยอดเงินหมุนเวียนในเครือข่ายพุ่งสูงกว่า 30 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว
ฟอกเงินผ่านคริปโต ตัดตอนเส้นทางการเงิน
ความแสบของมิจฉาชีพกลุ่มนี้คือ เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้ามา พวกเขาจะนำเงินบาทไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตและโอนถ่ายไปยังผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ๆ รวมถึงโอนไปยังผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันทราบว่าเสียชีวิตไปแล้ว เพื่อกลบเกลื่อนเส้นทางการเงิน จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เงินหมุนไม่ทัน แพลตฟอร์มก็ทำการปิดระบบ ไม่ให้นักลงทุนถอนทั้งเงินต้นและกำไรออกไปได้

หลังถูกจับกุม น.ส.มณฑิรา ให้การว่า ตนเองก็เป็นเพียงนักลงทุนที่หลงเชื่อแพลตฟอร์ม m3mars.io และชวนคนอื่นไปลงทุนต่อเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของโปรเจกต์ ส่วนนายชินวัตร ก็อ้างมุกยอดฮิตว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น แค่ถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้าเท่านั้น ซึ่งทางตำรวจได้ยึดของกลางทั้งโทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก และกระดานนำเสนอแผน M3 ไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป
คดีนี้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ฝากเตือนประชาชนให้เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน โดยเฉพาะในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถตั้งตัวเป็นโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้เพียงแค่มีโปรไฟล์หรูในโซเชียลมีเดีย
มุมมองผู้เขียน: สำหรับใครที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการลงทุน ผมขอเตือนด้วยความหวังดีว่า “การเอาเงินไปฝากให้คนอื่นลงทุนแทน” โดยที่คุณไม่มีความรู้อะไรเลยคือ การติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก จุดเริ่มต้นที่ถูกต้องและดีที่สุดคือ เราต้องลงมือศึกษาด้วยตัวเองให้รู้ลึกรู้จริงก่อนถึงค่อยเริ่มลงทุนด้วยเงินจริง
