สรุปข่าว
- รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมาย Clarity Act เพื่อสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตที่ชัดเจน โดยระบุว่า “เวลาเหลือน้อย ถึงเวลาต้องลงมือแล้ว”
- Bessent เตือนว่าสหรัฐฯ กำลังเสียตำแหน่งผู้นำมาตรฐานตลาดการเงินโลก และต้องรีบออกกฎหมายก่อนจะสายเกินแก้ไข โดยเขียนบทความแสดงความเห็นลงใน The Wall Street Journal
- Clarity Act ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อปี 2568 แต่ยังค้างอยู่ในวุฒิสภา ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่ Bessent กดดันให้เดินหน้า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่รัฐมนตรีคลังออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะผ่านสื่อชั้นนำอย่าง WSJ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ยังคงผลักดันกรอบกฎหมายคริปโตอย่างจริงจัง ความชัดเจนด้านกฎระเบียบมักหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน แต่ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากยังเป็นแค่แรงกดดันทางการเมือง ไม่ใช่การผ่านกฎหมายจริง
รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ Clarity Act โดยเขียนบทความแสดงความเห็นลงในหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ตามรายงานจาก CoinDesk และ Watcher.Guru เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย Bessent ระบุว่าสหรัฐฯ เคยเป็นผู้กำหนดมาตรฐานตลาดการเงินโลก แต่ขณะนี้ความได้เปรียบนั้นกำลังหายไป พร้อมย้ำว่า “เวลาเหลือน้อย และถึงเวลาต้องลงมือแล้ว” เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
Clarity Act คืออะไร และอยู่ที่ไหนแล้ว
Clarity Act หรือชื่อเต็มว่า Digital Asset Market Clarity Act of 2025 ถูกเสนอโดยประธานคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนราษฎร French Hill เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตที่ครอบคลุม กฎหมายฉบับนี้จะกำหนดหมวดหมู่ที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล สินทรัพย์สัญญาการลงทุน และ Stablecoin ที่ใช้ชำระเงิน รวมถึงแบ่งอำนาจหน้าที่กำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วด้วยคะแนนเสียง 294 ต่อ 134 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ซึ่งถือเป็นคะแนนที่ค่อนข้างสูงและได้รับการสนับสนุนข้ามพรรค แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการธนาคารของวุฒิสภาได้เตรียมการพิจารณาร่างกฎหมายในช่วงต้นปี 2569 แล้ว
ทำไม Bessent ถึงกดดันวุฒิสภาตอนนี้
การที่รัฐมนตรีคลังเลือกเขียนบทความลง WSJ ซึ่งเป็นสื่อที่นักลงทุนสถาบันและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกติดตาม ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์ต้องการผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านในช่วงสมัยประชุมปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bessent เคยประกาศเป้าหมายเร่งออกกฎหมายคริปโตภายในฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ซึ่งการออกมาพูดครั้งนี้สอดคล้องกับไทม์ไลน์ที่เขาวางไว้
นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังเคยรายงานว่า Bessent เตือน Coinbase ว่ากำลังขัดขวางกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระทรวงการคลังติดตามความคืบหน้าของกฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด บริบทที่น่าสนใจคือสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่บังคับใช้กฎหมาย MiCA ไปแล้ว และเอเชียหลายประเทศที่กำลังพัฒนากรอบกำกับดูแลคริปโตของตัวเอง ทำให้ความเร่งด่วนในการออกกฎหมายของสหรัฐฯ ยิ่งสูงขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Bessent ออกมาพูดผ่าน WSJ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสดงความเห็น แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่มีน้ำหนักพอสมควร เพราะปกติรัฐมนตรีคลังจะไม่ค่อยออกมากดดันสภาผ่านสื่อสาธารณะ แสดงว่าภายในมีความกังวลว่าวุฒิสภาอาจถ่วงเวลาออกไปเรื่อย ๆ สิ่งที่น่าจับตาคือวุฒิสภาจะตอบสนองต่อแรงกดดันครั้งนี้อย่างไร และจะมีการนัดโหวตในคณะกรรมาธิการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือเปล่า ถ้าวุฒิสภาผ่านกฎหมายได้จริง ตลาดคริปโตน่าจะตอบรับเชิงบวกในระยะกลาง แต่ตราบใดที่ยังเป็นแค่คำพูด ผลกระทบต่อราคาก็ยังจำกัดอยู่
ที่มา: CoinDesk, @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @CoinDesk
