สรุปข่าว
- ศาลปกครองกรุงโซลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 ยกเลิกคำสั่งระงับการให้บริการบางส่วนเป็นเวลา 3 เดือน ที่หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FIU) เคยสั่งบริษัท Dunamu ผู้ให้บริการกระดานเทรด Upbit
- ศาลระบุว่ากฎระเบียบยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของธุรกรรมที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านวอนเกาหลี และ Dunamu ได้ดำเนินมาตรการที่เพียงพอแล้ว รวมถึงการใช้ระบบตรวจสอบและรับคำรับรองจากลูกค้า
- คดีนี้ปิดฉากลงหลังการต่อสู้ทางกฎหมายกว่า 1 ปี และส่งสัญญาณว่าการบังคับใช้กฎหมายคริปโตของเกาหลีใต้ยังต้องพัฒนาความชัดเจนต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การยกเลิกคำสั่งระงับ Upbit ช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในตลาดคริปโตเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาคนี้มีแนวโน้มดีขึ้น แม้ผลกระทบต่อราคาโดยตรงอาจไม่รุนแรงนัก
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 ศาลปกครองกรุงโซล แผนกปกครองที่ 5 ซึ่งมีผู้พิพากษาอาวุโส อี จอง-วอน เป็นประธาน ได้มีคำพิพากษายกเลิกคำสั่งระงับการให้บริการบางส่วนเป็นเวลา 3 เดือน ที่หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (FIU) ภายใต้คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) ของเกาหลีใต้เคยสั่งบริษัท Dunamu Inc. ผู้ให้บริการกระดานเทรดคริปโต Upbit ตามรายงานจาก Cointelegraph ศาลชี้ว่ากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องยังขาดความชัดเจน และไม่อาจสรุปได้ว่า Dunamu ไม่ได้ดำเนินมาตรการใดเลยเพื่อป้องกันการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียน คดีนี้ปิดฉากลงหลังการต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานกว่า 1 ปี
ศาลชี้กฎระเบียบไม่ชัดเจน Dunamu ดำเนินมาตรการเพียงพอแล้ว
ในคำพิพากษา ศาลระบุว่ากฎระเบียบที่ใช้บังคับยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของธุรกรรมที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านวอนเกาหลี ซึ่งทำให้ยากต่อการตัดสินว่า Dunamu ละเลยหน้าที่หรือไม่ นอกจากนี้ ศาลยังรับฟังข้อเท็จจริงว่า Dunamu ได้ดำเนินมาตรการที่เพียงพอแล้ว ทั้งการรับคำรับรองจากลูกค้าและการใช้ระบบตรวจสอบเพื่อระบุที่อยู่กระเป๋าและบล็อกการทำธุรกรรมกับหน่วยงานที่ไม่ได้จดทะเบียน ส่งผลให้ไม่อาจสรุปได้ว่ามีเจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ก.พ. 2568 FIU ได้แจ้ง Dunamu และผู้บริหารเกี่ยวกับการลงโทษในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติการรายงานและการใช้ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเฉพาะ โดยโทษเบื้องต้นจะห้ามลูกค้าใหม่โอนสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. ถึง 6 มิ.ย. 2568 อย่างไรก็ตาม Dunamu รีบยื่นฟ้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2568 ศาลได้อนุมัติการขอรอการบังคับใช้ชั่วคราว ทำให้ Upbit สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติระหว่างรอคำพิพากษา
สัญญาณการกำกับดูแลคริปโตเกาหลีใต้ยังต้องพัฒนาต่อ
คำพิพากษาครั้งนี้สะท้อนถึงช่องว่างในกฎระเบียบคริปโตของเกาหลีใต้ที่ยังต้องได้รับการพัฒนา แม้ Upbit จะชนะคดีครั้งนี้ แต่ภาพรวมการกำกับดูแลในเกาหลีใต้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า เกาหลีใต้เสนอร่างกฎหมายคุมเข้ม Stablecoin ด้วยมาตรฐานเดียวกับธนาคาร และ สั่งให้กระดานเทรดตรวจสอบบัญชีทุก 5 นาทีเพื่อป้องกันวิกฤต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางการเกาหลีใต้กำลังปรับปรุงกรอบกฎหมายคริปโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม คดีของ Upbit ไม่ใช่ปัญหาด้านกฎระเบียบเพียงอย่างเดียวที่ Dunamu เผชิญอยู่ในขณะนี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 สำนักงานกำกับหลักทรัพย์ (FSS) ได้สั่งให้ Dunamu แก้ไขเอกสารการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นร่วมกับ Naver Financial ซึ่งพบว่ามีข้อมูลที่ขาดหายและไม่ถูกต้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการลงทุนสำคัญและกลยุทธ์การปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับคดีที่ศาลตัดสินในวันนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำพิพากษานี้เป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับวงการคริปโตในเอเชีย การที่ศาลยอมรับว่ากฎระเบียบ “ยังไม่ชัดเจนพอ” แทนที่จะตัดสินให้ Dunamu แพ้คดีนั้น แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายคริปโตในเกาหลีใต้ยังมีความซับซ้อน ทั้งฝ่ายกำกับดูแลและผู้ประกอบการต่างก็อยู่ในช่วงเรียนรู้กฎเกณฑ์ใหม่ด้วยกัน สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ FIU จะปรับปรุงกฎระเบียบให้ชัดเจนขึ้นอย่างไร และ Upbit จะยังเผชิญความเสี่ยงด้านกฎหมายอื่น ๆ อีกหรือไม่โดยเฉพาะในส่วนของ IPO กับ Naver Financial
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
