bitkub-banner

ทำไม AI ตัวใหม่ของ Anthropic ทำให้สหรัฐฯ เรียกประชุม CEO แบงก์ใหญ่ด่วน ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ขุนคลังสหรัฐฯ Scott Bessent และประธานเฟด Jerome Powell เรียกประชุมด่วนกับเหล่า CEO ธนาคารยักษ์ใหญ่ เพื่อรับมือภัยคุกคามไซเบอร์จาก AI ตัวใหม่
  •  Anthropic เปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ ‘Mythos’ ที่เก่งระดับเจาะระบบปฏิบัติการและเว็บเบราว์เซอร์หลักได้หมด จนบริษัทต้องระงับการปล่อยให้ใช้งานแบบสาธารณะ
  • จำกัดวงผู้ใช้งานเป็นวงแคบเพื่อป้องกันความเสี่ยง สิทธิ์การเข้าถึงโมเดลตัวใหม่นี้ จะถูกจำกัดไว้ให้แค่บริษัทเทคโนโลยีระดับท็อปราว 40 แห่งเท่านั้น เช่น Microsoft และ Google

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

รัฐบาลสหรัฐฯ นำโดย Scott Bessent และ Jerome Powell ถึงขั้นต้องเรียก CEO แบงก์ยักษ์ใหญ่ประชุมด่วน หลัง Anthropic เปิดตัว “Mythos” โมเดล AI ตัวใหม่ที่มีความเก่งกาจในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก ปัจจุบัน Anthropic ได้จำกัดการเข้าถึงเอาไว้แค่พันธมิตรบิ๊กเทค 40 แห่งเท่านั้น เพื่อเร่งสร้างเกราะป้องกันก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี ซึ่งอาจลุกลามเป็นหายนะต่อระบบการเงินและโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกได้เลย

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ นำโดย Scott Bessent รัฐมนตรีคลัง และ Jerome Powell ประธานธนาคารกลาง (Fed) ได้เรียกเหล่าซีอีโอของธนาคารยักษ์ใหญ่มาประชุมด่วน เพื่อแจ้งเตือนภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก โดยต้นเหตุทั้งหมดของเรื่องนี้มาจากโมเดล AI ตัวใหม่ของ Anthropic ที่มีชื่อว่า “Mythos”

บรรยากาศในที่ประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เต็มไปด้วยยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทไม่ว่าจะเป็น Citigroup, Morgan Stanley, Bank of America, Wells Fargo และ Goldman Sachs ที่ต่างส่งผู้บริหารระดับสูงสุดเข้ามารับฟังแผนการรับมือมือ ยกเว้นเพียงแค่ Jamie Dimon จาก JPMorgan ที่ติดภารกิจอื่น 

โดยทางภาครัฐและ Anthropic ได้มีมติร่วมกันที่จะจำกัดการเข้าถึง Mythos ไว้ในวงจำกัด โดยอนุญาตให้เพียงพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกประมาณ 40 แห่ง เช่น Google และ Microsoft เข้าถึงได้เท่านั้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างแนวทางป้องกัน ก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะหลุดไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ

เจาะลึกความน่ากลัวของ Mythos

ความน่ากลัวที่แท้จริงของ Mythos คือ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และค้นหาช่องโหว่หรือ “Bug” ในซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้แม่นยำและรวดเร็วกว่ามนุษย์เกือบทุกคนบนโลก โดยมีการค้นพบที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์หลายประการ

โมเดล AI ตัวนี้สามารถตรวจพบช่องโหว่ที่หลบซ่อนสายตาคนมานานถึง 27 ปีใน OpenBSD ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลก รวมถึงช่องโหว่อายุ 16 ปีในโปรแกรมที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายอย่าง FFmpeg ซึ่งเคยผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 5 ล้านครั้ง แต่กลับไม่มีใครเคยตรวจพบ 

ยิ่งไปกว่านั้น Mythos ยังสามารถค้นหาช่องโหว่ใหม่ๆ ได้มากถึง “หลักหมื่น” ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดจนน่าตกใจ เมื่อเทียบกับ AI รุ่นก่อนหน้าที่หาเจอเพียงหลักร้อยเท่านั้น

ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ทักษะการแฮกระดับอัจฉริยะที่สามารถร้อยเรียงช่องโหว่หลาย ๆ จุดเข้าด้วยกัน อาทิเช่น การเจาะระบบ Linux ซึ่งเป็นรากฐานของเซิร์ฟเวอร์ส่วนใหญ่ทั่วโลก โดย Mythos สามารถแทรกซึมและยกระดับสิทธิ์จากผู้ใช้งานธรรมดา ให้กลายเป็นผู้ดูแลระบบหรือ “Admin” ได้สำเร็จ

สิ่งที่หลายคนต้องเป็นกังวลคือ จะเกิดอะไรขึ้นหากศักยภาพระดับนี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี พวกเขาจะสามารถเจาะเข้าสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ บัญชีธนาคาร หรือฐานข้อมูลความลับสุดยอดได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะต้องใช้เวลาค้นหาเป็นเดือนๆ เหมือนในอดีต


มุมมองผู้เขียน: การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้คือ สัญญาณเตือนว่าเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีและภัยคุกคามเริ่มค่อย ๆ จางหายไป การที่รัฐมนตรีคลังและประธานเฟดต้องลงมานั่งหัวโต๊ะด้วยตัวเอง สะท้อนว่าความเสี่ยงนี้สามารถสร้างมูลค่าความเสียหายที่สูงมากจนอาจทำให้เสถียรภาพการเงินโลกสั่นคลอน