สรุปข่าว
- JPMorgan แนะนำนักลงทุนให้ “ซื้อช่วงราคาลง” ในบันทึกกลยุทธ์วันที่ 13 เม.ย. 2569 โดย Mislav Matejka นักวิเคราะห์ของธนาคาร ระบุว่าตลาดมีเงื่อนไขครบสำหรับการฟื้นตัวแบบ V-Shape
- หุ้นต่างประเทศ ตลาดเกิดใหม่ หุ้นขนาดเล็ก และหุ้น Value คาดว่าจะนำการฟื้นตัว โดยมีกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นแรงหนุนสำคัญ
- ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่ธนาคารมองว่านักลงทุนที่มีขอบเขตเวลา 3-12 เดือนควรเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงตลาดย่อตัว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
สัญญาณจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลกที่แนะนำให้ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงตลาดย่อตัว สร้างบรรยากาศที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม หากการคาดการณ์ V-Shape เป็นจริง กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่และสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะกลาง
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก Ash Crypto ฝ่ายกลยุทธ์ของ JPMorgan ได้ออกบันทึกแนะนำให้นักลงทุน “ซื้อช่วงราคาลง” ในตลาดหุ้น โดยระบุว่าสภาวะปัจจุบันมีเงื่อนไขเหมาะสมสำหรับการฟื้นตัวแบบ V-Shape อีกครั้ง แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อยู่ก็ตาม Mislav Matejka นักกลยุทธ์ของธนาคาร กล่าวว่าแม้ความผันผวนในระยะสั้นอาจยังคงอยู่จากความเสี่ยงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่นักลงทุนที่มีขอบเขตเวลาการลงทุน 3-12 เดือนควรเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง ทั้งนี้ JPMorgan มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่าประมาณ 4.791 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ปี 2568
กลุ่มสินทรัพย์ที่ JPMorgan มองว่าจะนำตลาด
ในบันทึกกลยุทธ์ฉบับนี้ JPMorgan ระบุว่าหุ้นต่างประเทศ ตลาดเกิดใหม่ หุ้นขนาดเล็ก (small caps) และหุ้น Value น่าจะเป็นกลุ่มที่นำการฟื้นตัว ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองที่ธนาคารได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ธนาคารยังคาดว่ากระแสเงินทุนระดับโลกจะกลับมาไหลเข้า รวมถึงเงินทุนที่จะไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ด้วย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาจังหวะเข้าตลาดในช่วงที่ราคาปรับตัวลง
นักวิเคราะห์บางส่วนในโลก X ชี้ให้เห็นว่าตลาดในปัจจุบันไม่ได้แสดงพฤติกรรมของการลดความเสี่ยง แต่กลับเป็นการ “ป้องกันความเสี่ยง” แทน โดย Athenum_xyz ตั้งข้อสังเกตว่า ดัชนี S&P 500 ปรับลงเพียงราว 3% ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 40% และ Gross Leverage ยังอยู่ในระดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังเดิมพันว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายได้ก่อนที่จะกระทบต่ออุปสงค์
ความน่าเชื่อถือของ JPMorgan และเสียงจากนักลงทุน
แม้ว่าบทวิเคราะห์ของ JPMorgan จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ในชุมชนนักลงทุนก็มีเสียงสะท้อนที่หลากหลาย บางส่วนแสดงความสงสัยต่อคำแนะนำของธนาคาร โดย MacroBombastic แสดงความไม่แน่ใจว่าควรเชื่อถือ JPMorgan ในสถานการณ์นี้หรือไม่ ในขณะที่ grok อธิบายว่านักกลยุทธ์ของธนาคารมองว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Oversold และเห็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการฟื้นตัว ทั้งนี้บันทึกกลยุทธ์วันนี้มุ่งเน้นไปที่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ไม่ใช่สินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Jamie Dimon เตือน Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยไม่ใช่ลด พร้อมชี้ว่าตลาดประเมินเงินเฟ้อต่ำเกินไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่าทีของ JPMorgan ต่อตลาดมีความซับซ้อนและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป นักลงทุนควรพิจารณาบริบทโดยรวมก่อนตัดสินใจ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำแนะนำ “ซื้อช่วงราคาลง” จากธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง JPMorgan มีน้ำหนักพอควรและไม่ควรมองข้าม เพราะสถาบันในระดับนี้มีทีมวิจัยที่ลึกและข้อมูลที่เข้าถึงได้กว้างกว่านักลงทุนทั่วไป แต่ก็ต้องจำไว้ว่าการคาดการณ์ตลาดไม่มีใครถูกต้องทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูงอยู่เช่นนี้ จุดที่ต้องจับตาคือว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายหรือทวีความรุนแรงขึ้น เพราะนั่นคือตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดว่า V-Shape ที่ JPMorgan คาดการณ์ไว้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ที่มา: @AshCrypto
ภาพจาก AI
