สรุปข่าว
- กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศยุติการสอบสวนคดีอาญาต่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569
- อัยการ Jeanine Pirro แถลงว่าจะส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการณ์ภายในของ Fed ดูแลต่อแทน โดยคดีเดิมเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่า Powell ให้ข้อมูลเท็จต่อรัฐสภาเรื่องค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ Fed
- การตัดสินใจนี้เปิดทางให้วุฒิสภาเดินหน้าอนุมัติ Kevin Warsh ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดี Trump ให้เข้ารับตำแหน่งประธาน Fed คนต่อไปแทน Powell ที่จะหมดวาระ 15 พ.ค. นี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การยุติคดีสอบสวนลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายบริหารและ Fed ที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนส่งผลกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมาโดยตลอด การเปิดทางให้การเปลี่ยนผ่านผู้นำ Fed เป็นไปอย่างราบรื่นถือเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินโดยรวม
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศยุติการสอบสวนคดีอาญาต่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 24 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph และ The Kobeissi Letter อัยการ Jeanine Pirro แห่งสำนักงานอัยการเขต District of Columbia ระบุว่าจะส่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาด้านค่าใช้จ่ายการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ Fed ให้ผู้ตรวจการณ์ภายในของ Fed ดำเนินการต่อแทน การตัดสินใจนี้ยังเปิดทางให้การพิจารณาแต่งตั้ง Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดี Trump เป็นประธาน Fed คนต่อไปสามารถเดินหน้าต่อได้ในวุฒิสภา
ที่มาของคดีและเส้นทางการสอบสวนที่ยืดเยื้อ
เมื่อเดือน พ.ย. 2568 อัยการสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อ Powell โดยมีประเด็นหลักว่าเขาให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้รัฐสภาเข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fed ต่อมาในวันที่ 9 ม.ค. 2569 DOJ ได้ออกหมายเรียกจากคณะลูกขุนใหญ่ (grand jury subpoenas) ไปยัง Fed อย่างเป็นทางการ ซึ่ง Powell ออกมาตอบโต้ทันทีสองวันต่อมาผ่านแถลงการณ์วิดีโอ โดยระบุว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นความพยายามของรัฐบาล Trump ที่จะกดดันให้ Fed ลดดอกเบี้ย และบ่อนทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ผู้พิพากษา James E. Boasberg แห่งศาลแขวงเขต D.C. ได้สั่งระงับหมายเรียกดังกล่าว โดยวินิจฉัยว่ามีหลักฐานแทบเป็นศูนย์ที่จะชี้ความผิดของ Powell และหมายเรียกนั้นถูกออกเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม
ตลอดช่วงที่ผ่านมา Trump กดดัน Powell อย่างต่อเนื่อง ทั้งวิจารณ์สาธารณะว่า “ไร้ความสามารถ” และขู่จะปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจาก Powell ยืนหยัดนโยบายอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ยอมลดตามแรงกดดันทางการเมือง
เปิดทางแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่
ผลพวงสำคัญของการยุติคดีในครั้งนี้คือการปลดล็อกกระบวนการสืบทอดตำแหน่งผู้นำ Fed ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิก Thom Tillis จากพรรครีพับลิกันรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารและที่อยู่อาศัยของวุฒิสภา ได้ขู่ว่าจะขัดขวางการอนุมัติ Warsh ตราบใดที่คดีทางกฎหมายต่อ Powell ยังไม่ยุติ บัดนี้อุปสรรคดังกล่าวได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว เหลือเพียงการลงมติในวุฒิสภา ในขณะที่ Powell เองจะหมดวาระในตำแหน่งประธาน Fed ในวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่จะถึงนี้ การเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลกจึงเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
คดีของ Powell ถือเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ การสอบสวนทางอาญาต่อประธาน Fed ที่ดำรงตำแหน่งอยู่นั้นสร้างความกังวลในวงการการเงินอย่างมาก เพราะตั้งคำถามถึงขอบเขตระหว่างการตรวจสอบโดยชอบธรรมกับการแทรกแซงทางการเมืองในสถาบันที่จำเป็นต้องเป็นอิสระ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการยุติคดีในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงที่ Powell กำลังจะหมดวาระอยู่แล้วภายในสามอาทิตย์ข้างหน้า คำถามสำคัญที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Kevin Warsh จะมีแนวนโยบายดอกเบี้ยที่แตกต่างจาก Powell มากแค่ไหน และ Fed ภายใต้ผู้นำคนใหม่จะยังคงรักษาความเป็นอิสระจากการเมืองได้หรือเปล่า เพราะนั่นคือสิ่งที่ตลาดการเงินทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา
ที่มา: @Cointelegraph | @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
