สรุปข่าว
- เงินหยวนจีนแข็งค่าสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดอัตราอ้างอิงกลางที่ 6.8467 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566
- จีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนแบบรัฐพิธีระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2560
- นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ชี้ว่าเงินหยวนยังถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงกว่า 20% และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนหยวนให้แข็งค่าขึ้นอีก โดยจับตาว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะส่งสัญญาณอะไรต่อความสัมพันธ์การค้าสหรัฐฯ-จีน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การแข็งค่าของเงินหยวนและการเตรียมประชุมสุดยอดทรัมป์-สีจิ้นผิงเป็นสัญญาณบวกทางมาโคร สะท้อนว่าความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีนอาจคลี่คลายลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาคริปโตในทันทียังไม่ชัดเจน เนื่องจากเป็นปัจจัยทางอ้อมและต้องรอดูผลลัพธ์จริงจากการประชุม
เงินหยวนจีน (เหรินหมินปี้) แข็งค่าสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดอัตราอ้างอิงกลาง (central parity rate) ไว้ที่ 6.8467 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2566 ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดออนชอร์ (onshore) อยู่ที่ 6.7968 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเช่นกัน การแข็งค่าครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่จีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนแบบรัฐพิธีในวันที่ 13-15 พ.ค. 2569 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2560
ปักกิ่งส่งสัญญาณยอมรับหยวนแข็งค่า
การที่ PBOC ตั้งค่ากลางให้แข็งค่าต่อเนื่องนั้น สะท้อนว่าปักกิ่งมีความตั้งใจจะปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าได้ในช่วงนี้ นักกลยุทธ์จาก National Bank of Canada ระบุเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า PBOC น่าจะยอมรับการแข็งค่าของหยวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและเสริมความเชื่อมั่นในบทบาทของเงินหยวนในระดับนานาชาติ
Goldman Sachs รายงานเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่าเงินหยวนยังถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนหยวนให้แข็งค่าขึ้น โดยอ้างถึงความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกและดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลอย่างมีนัยสำคัญของจีน นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แกว่งตัวในช่วงที่ผ่านมา ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากดอลลาร์และหนุนสกุลเงินอื่นรวมถึงหยวนด้วย
ประชุมสุดยอดทรัมป์-สี จับตาประเด็นการค้าและภูมิรัฐศาสตร์
การประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. นี้ถูกมองว่ามีนัยสำคัญอย่างมากต่อทิศทางความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์และสีจิ้นผิงเคยพบกันครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ในการประชุม APEC ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และการประชุมครั้งนี้ถูกเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ประเด็นที่คาดว่าจะหารือกัน ได้แก่ ข้อพิพาทด้านการค้า การสนับสนุนของจีนต่อรัสเซียและอิหร่าน รวมถึงประเด็นไต้หวัน
นักลงทุนและตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการประชุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป หากสองฝ่ายส่งสัญญาณลดความตึงเครียดด้านภาษีและการค้า ก็อาจหนุนให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวในทิศทางบวกได้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่จีนปล่อยให้หยวนแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงก่อนการประชุมสุดยอด ดูเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่ชาญฉลาดพอสมควร เพราะหยวนที่แข็งค่าช่วยลดความได้เปรียบด้านการส่งออกที่สหรัฐฯ มักวิจารณ์จีน ขณะเดียวกันก็สะท้อนความมั่นใจในเศรษฐกิจจีนด้วย สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือแถลงการณ์ร่วมหรือข้อตกลงอะไรที่อาจออกมาระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. เพราะถ้ามีสัญญาณลดกำแพงภาษีหรือคลี่คลายสงครามการค้า ตลาดการเงินทั่วโลกรวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงน่าจะตอบรับได้เชิงบวก แต่ถ้าไม่มีความคืบหน้า ก็อาจเกิดแรงเทขายได้เช่นกัน
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

