สรุปข่าว
- Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX คาดการณ์ว่า Near Protocol (NEAR) มีศักยภาพเติบโตถึง 20 เท่าภายในปี 2570 โดยอ้างถึงเทคโนโลยี NEAR Intents และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Agents
- กองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 10 วันทำการติดต่อกัน (15-29 พ.ค. 2569) รวมกว่า 2.97 พันล้านดอลลาร์ โดย BlackRock IBIT เพียงกองเดียวไหลออก 966 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย
- มูลค่าสินทรัพย์รวมของ Bitcoin ETF ลดลงจาก 1.04 แสนล้านดอลลาร์เหลือ 9.417 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่านักลงทุนสถาบันกำลังลดความเสี่ยงหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF 10 วันติดต่อกันถือเป็นสัญญาณที่เป็นลบต่อตลาด เพราะนักลงทุนสถาบันกำลังลดสัดส่วนการถือครอง Bitcoin ผ่านกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง การที่ BlackRock IBIT ซึ่งเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดก็มีเงินไหลออกด้วยนั้นยิ่งตอกย้ำความกังวล แม้คำพยากรณ์ของ Hayes สำหรับ NEAR อาจให้แรงกระตุ้นเฉพาะโทเคนนั้น แต่ภาพรวมตลาดยังคงเป็นขาลงในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph มีการสรุปข่าวสำคัญสองประเด็นคือ Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ CIO ของ Maelstrom คาดการณ์ว่า Near Protocol (NEAR) มีศักยภาพเติบโตถึง 20 เท่าภายในปี 2570 และกองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ บันทึกเงินไหลออกสุทธิเป็นเวลา 10 วันทำการติดต่อกัน สิ้นสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 โดยตลอดช่วง 10 วันดังกล่าว (15-29 พ.ค.) มีเงินไหลออกรวมกว่า 2.97 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถิติที่น่ากังวลที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเหล่านี้เปิดตัว
Hayes มองเห็นอะไรใน Near Protocol
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 Hayes ได้ประกาศใน พอดคาสต์ “The Rollup” ว่า Near Protocol (NEAR), Hyperliquid (HYPE) และ Zcash (ZEC) คือ “Holy Trinity” ของพอร์ตการลงทุนคริปโตของเขา โดยเหตุผลหลักที่เขาเชื่อว่า NEAR อาจเติบโต 20 เท่าภายในปี 2570 มาจากสองด้านคือ เทคโนโลยีการโอนส่วนตัวที่กำลังพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Agents โดยเฉพาะฟีเจอร์ที่เรียกว่า “NEAR Intents” ซึ่ง Hayes มองว่าจะเป็นจุดเด่นสำคัญในยุคที่ AI กำลังเติบโต
ผลของคำพูด Hayes ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น ก่อนหน้านี้เมื่อเขาเริ่มพูดถึง NEAR ต่อสาธารณะในช่วงพ.ค. 2569 ราคาโทเคน NEAR พุ่งขึ้นกว่า 90% สะท้อนให้เห็นว่าชื่อเสียงและน้ำหนักของ Hayes ในวงการคริปโตนั้นยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ 20 เท่านั้นเป็นการมองระยะยาวและมีความเสี่ยงสูง ผู้อ่านควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ
เงินไหลออก Bitcoin ETF 10 วันติด สถิติที่น่าเป็นห่วง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-29 พ.ค. 2569) กองทุน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิรวม 1.42 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการไหลออกรายสัปดาห์ที่มากเป็นอันดับสามในประวัติศาสตร์ของกองทุนเหล่านี้ โดยวันที่ไหลออกหนักที่สุดคือวันที่ 27 พ.ค. ที่มีเงินออกถึง 733 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว BlackRock IBIT ซึ่งเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดมีเงินไหลออกถึง 966 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นั้นเพียงสัปดาห์เดียว
ตลอด 10 วันทำการที่ผ่านมา มีการขาย Bitcoin ออกไปจากกองทุน ETF ประมาณ 19,021 BTC ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณ Bitcoin ที่ถูกขุดใหม่ราว 42 วัน และส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์รวมของ Spot Bitcoin ETF ลดลงจาก 1.04 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 พ.ค. เหลือ 9.417 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 29 พ.ค. ราคา Bitcoin ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 72,600 ดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงขายที่เห็นในตลาด
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สถาบันเทขาย Bitcoin ไม่หยุด ETF เงินไหลออก 9 วันติด สูญกว่า 1.3 แสนล้านบาทในเดือนเดียว และสถานการณ์ได้ยืดเยื้อต่อเนื่องเป็น 10 วันแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Bitcoin ร่วงหลุด $73,000 แตะ $72,640 แนวโน้มยังเป็นขาลง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสองข่าวนี้ค่อนข้างสวนทางกัน Hayes ฟันธงให้ NEAR โตหนัก แต่ภาพรวม Bitcoin ดูไม่สดใสเลยในช่วงนี้ ถ้าเงินไหลออกจาก ETF ยาวขนาดนี้ต่อเนื่อง มันอาจส่งสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันกำลังลดความเสี่ยงในพอร์ต ซึ่งกดดันตลาดในระยะสั้น สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือเมื่อไหรกระแสเงินไหลเข้า ETF จะกลับมา เพราะถ้ายังไหลออกต่อก็ยากที่จะเห็น Bitcoin ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ส่วนเรื่อง NEAR นั้นคำพยากรณ์ 20 เท่าฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมาก และ Hayes ก็เคยมีมุมมองที่ตลาดไม่ได้เดินตามเสมอไป ดังนั้นควรดูด้วยความระมัดระวัง
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Sayyadiweb3

