สรุปข่าว
- ตลาดคริปโตในยุโรปเตรียมเผชิญหน้ากับวันตัดสินครั้งใหญ่ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การผ่อนผันของกฎหมาย MiCA สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ บีบให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตใหม่ต้องยุติการให้บริการในทันที
- ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มีบริษัทคริปโตสูงถึง 75% ที่เคยจดทะเบียนกว่า 3,000 แห่ง เสี่ยงที่จะสูญเสียสิทธิ์ในการทำธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ให้บริการที่ผ่านเกณฑ์รับรองใบอนุญาตอย่างเป็นรูปธรรมเพียง 194 แห่งเท่านั้น
- พิษกฎหมายใหม่เริ่มสำแดงเดชในตลาด Stablecoin โดยกระดานเทรดชั้นนำแห่จำกัดพื้นที่ให้บริการเหรียญอย่าง USDT ของTether เนื่องจากไม่ได้ขอใบอนุญาต ปล่อยให้เหรียญ USDC และ EURC ของบริษัท Circle ขึ้นแท่นครองตลาดอย่างถูกกฎหมาย
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
การสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันของกฎหมาย MiCA ทำให้บริษัทคริปโตกว่าสามในสี่ทั่วทั้งทวีปยุโรปเสี่ยงหลุดวงโคจร ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่จะเข้ามาฉุดระบบสภาพคล่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลภาพรวมอย่างรุนแรง
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนถึงเส้นตายของกฎ MiCA (Markets in Crypto-Assets) ในวันที่ 1 กรกฎาคม และดูเหมือนว่าบริษัทคริปโตจำนวนมากในยุโรปยังไม่ได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจต่อ
หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม ช่วงผ่อนผันของกฎหมายจะสิ้นสุดลง บริษัทที่เคยอาศัยการจดทะเบียนภายใต้กฎเกณฑ์เดิมของแต่ละประเทศ จะไม่สามารถให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรปได้อีก หากไม่มีใบอนุญาต MiCA อย่างเป็นทางการ
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2026 มีบริษัทคริปโตและสถาบันการเงินเพียง 194 แห่ง ในสหภาพยุโรปที่ได้รับอนุญาตภายใต้ MiCA แล้ว
เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มีบริษัทคริปโตจดทะเบียนมากกว่า 3,000 แห่ง ทั่วภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริษัทจำนวนมากยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใหม่ได้
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมประเมินว่า ประมาณ 75% ของผู้ประกอบการคริปโตอาจสูญเสียสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ หลังเส้นตายมาถึง
ทาง European Securities and Markets Authority (ESMA) ได้ออกแนวทางชัดเจนตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนว่า บริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดเดียวของสหภาพยุโรปได้อีก และต้องหยุดให้บริการคริปโตทันที
ตามข้อมูลจาก ESMA และหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศพบว่า ปัจจุบันมีเพียง 14 บริษัทเท่านั้น ที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตทั่วทั้งสหภาพยุโรป
ขณะที่มีถึง 10 ประเทศสมาชิก ที่ยังไม่ออกใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (CASP) เลยแม้แต่รายเดียว ได้แก่ อิตาลี, โครเอเชีย, เอสโตเนีย, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส และ โรมาเนีย

ที่มา: SpazioCrypto
ซึ่งแพลตฟอร์มคริปโตชื่อดังหลายแห่ง ก็ได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว เช่น Binance, Coinbase, Kraken, Bitstamp, Bitpanda, Crypto.com, OKX, Revolut บริษัทเหล่านี้สามารถให้บริการลูกค้าทั่ว EU ได้ภายใต้กรอบ MiCA ใหม่
สำหรับบริษัทที่ไม่ผ่านการอนุมัติ ทางเลือกค่อนข้างจำกัด คือ รีบขอใบอนุญาต, โอนลูกค้าไปยังผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตแล้ว,ปิดกิจการ หรือถอนตัวออกจากตลาดยุโรปไปเลย
ซึ่งหากฝ่าฝืน ทางหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (ESMA) สามารถปรับหนักได้ถึง 5 ล้านยูโร หรือ 5% ของรายได้ต่อปีเลยทีเดียว
ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดเจนในกลุ่มเหรียญ Stablecoin เพราะตอนนี้มีแค่เหรียญ USDC และ EURC ของบริษัท Circle เท่านั้นที่เป็นเหรียญท็อป 10 ที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย MiCA ของยุโรป
ส่วนเหรียญ USDT ของ Tether เลือกที่จะไม่ขอใบอนุญาต ส่งผลให้กระดานเทรดหลายแห่งในยุโรปต้องจำกัดหรือยกเลิกการให้บริการเหรียญ USDT กับผู้ใช้ในแถบนั้นไปแล้ว
ที่มา : blocknow
มุมมองผู้เขียน : วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตในยุโรป เพราะมีบริษัทจำนวนมากอาจถูกบังคับให้ออกจากตลาด หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ MiCA ได้ทันเวลา

