สรุปข่าว
- ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับประธานาธิบดีอิหร่านอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างร่วมประชุม G7
- ร่างความเข้าใจ 14 ข้อกำหนดให้สหรัฐฯ ถอนกำลังปิดล้อมทางทะเลและให้ข้อยกเว้นเปิดทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบรวมถึงทำธุรกรรมผ่านธนาคารสากลได้ทันที
- อิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือพาณิชย์ฟรี 60 วัน และยอมปฏิบัติตามเกณฑ์ในการจัดการนิวเคลียร์ภายใต้การควบคุมของหน่วยงาน IAEA
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
โดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงและจรดปากกาลงนามใน MOU ชั่วคราวร่วมกับประธานาธิบดีอิหร่าน ณ พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมซัมมิต G7 โดยร่างกรอบข้อตกลงสำคัญ 14 ข้อ พร้อมขีดเส้นตายเร่งรัดให้ทั้งสองฝ่ายต้องบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ให้ได้ภายในกรอบเวลา 60 วัน
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดูเหมือนว่ากำลังจะมีความทุเลาลงหลังเมื่อคืนที่ผ่านมา ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการลงนามใน MOU ร่วมกับอิหร่าน ที่พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างการเยือนประเทศเพื่อเข้าประชุม G7 โดยร่างกรอบข้อตกลงจะประกอบไปด้วยเนื้อหา 14 ข้อดังต่อไปนี้
1. หยุดยิงถาวรทันที
ทั้งสองฝ่ายและพันธมิตรจะไม่เริ่มสงครามหรือใช้กำลังกันอีกบนทุกแนวรบ ต้องยุติปฏิบัติการทางทหารทันที รวมถึงรับรองความสมบูรณ์แห่งดินแดนและอำนาจอธิปไตยของเลบานอน
2. เคารพอธิปไตยและไม่แทรกแซง
สหรัฐฯ และอิหร่านจะเคารพอำนาจอธิปไตยและความสมบูรณ์แห่งดินแดนของกันและกัน และจะงดเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน
3. ขีดเส้นตายภายใน 60 วัน
ข้อตกลงสุดท้ายจำเป็นที่จะต้องบรรลุผลภายใน 60 วัน ซึ่งสามารถขยายกรอบระยะเวลาออกไปได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอมร่วมกัน
4. สหรัฐฯ ถอนกำลังปิดล้อมทางทะเล
สหรัฐฯ จะต้องถอนการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงสิ่งที่รบกวนหรือสร้างอุปสรรคใด ๆ ต่ออิหร่านทันที โดยจะต้องทำให้สมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในช่วงเวลานี้ ปริมาณการสัญจรจะเป็นไปตามสัดส่วนของปริมาณก่อนเกิดสงครามที่อิหร่าน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้คำมั่นสัญญาที่จะถอนกองกำลังทหารของตนออกจากบริเวณใกล้เคียงกับอิหร่าน ภายในเวลา 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
5. เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านต้องทำการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและอนุญาตให้มีเดินเรือพาณิชย์ผ่านได้อย่างปลอดภัยโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมาน
การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นในทันทีภายในเวลา 30 วัน โดยจะคำนึงถึงความจำเป็นในการรื้อถอนอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร รวมถึงการเก็บกู้วัตถุระเบิด ทั้งนี้ อิหร่านจะดำเนินการเจรจาร่วมกับโอมานเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการให้บริการทางทะเลในอนาคตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะหารือร่วมกับประเทศชายฝั่งอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิอธิปไตยของประเทศชายฝั่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
6. แผนฟื้นฟู 300,000 ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ ให้คำมั่นร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคว่าจะมีการวางแผนการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่าน มูลค่ารวม 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยใบอนุญาตและการยกเว้นทั้งหมดที่จำเป็นจะได้รับการอนุมัติ
7. ยุติการคว่ำบาตร
นับจากนี้สหรัฐฯ จะต้องยุติการคว่ำบาตรทุกประการต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมถึงมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มติคณะกรรมการผู้ว่าการ IAEA และมาตรการลงโทษฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ทั้งประเภทหลักและรอง ตามกำหนดการที่ตกลงกัน
8. ไม่พัฒนานิวเคลียร์
อิหร่านยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป โดยสหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดการกับคลังสะสมสารนิวเคลียร์ที่ผ่านการเสริมสมรรถนะแล้ว ซึ่งกระบวนการนี้จะดำเนินงานผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบร่วมกันตามกรอบเวลาที่ระบุไว้ในข้อที่ 7
โดยมีเงื่อนไขขั้นต่ำว่า จะต้องมีการนำสารนิวเคลียร์เหล่านั้นมาลดความเข้มข้นลงภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของ IAEA นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกันในประเด็นเรื่องการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการใช้งานพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่านตามที่เห็นพ้องร่วมกันในอนาคต
9. Status quo ระหว่างรอผล
ในระหว่างที่รอข้อตกลงขั้นสุดท้ายบรรลุผล สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะคงสถานะเดิมเอาไว้ โดยอิหร่านจะรักษาโครงการนิวเคลียร์ให้อยู่ในสถานะปัจจุบัน ส่วนสหรัฐฯ จะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ รวมถึงจะไม่ส่งกองกำลังทหารเพิ่มเติมเข้ามาในภูมิภาค
10. ส่งออกน้ำมันดิบ
สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า ทันทีที่มีการลงนามใน MOU ฉบับนี้ จะมีการออกข้อยกเว้นหรือมาตรการผ่อนปรนให้กับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ธุรกรรมธนาคาร ประกันภัย การขนส่ง เป็นต้น
11. ปลดล็อกเงิน
เงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดสิทธิ์ไว้จะสามารถนำกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่เมื่อบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านจะตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนปฏิบัติในการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา
12. ตั้งกลไกตรวจสอบ
จะมีการจัดตั้งกลไกการตรวจสอบเพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต
13. เงื่อนไขไฟนอลดีล
หลังจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และเมื่อมีการเริ่มปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 อย่างต่อเนื่องแล้ว สหรัฐฯ และอิหร่านจึงจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงขั้นสุดท้าย
14. ให้ UN รับรอง
ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการรับรองโดยข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ปัจจุบัน MoU ได้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังเป็นขั้นตอนชั่วคราวเท่านั้น และจะมีการเจรจาสุดท้ายเกิดขึ้นภายใน 60 วันข้างหน้า ทว่าทางอิสราเอลยังไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเต็มที่และยังดำเนินการในเลบานอนอยู่
มุมมองผู้เขียน : หากการเจรจาสุดท้ายเหลวและไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จริงภายใน 60 วัน ตลาดลงทุนทั่วโลกจะพลิกกลับเข้าสู่โหมด Risk-off อย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานจนเป็นตัวเร่งให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ดันตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะไปเข้าทางนโยบายสายเหยี่ยวของประธานเฟดให้ตัดสินใจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างดุดันเพื่อสยบเงินเฟ้อ กลายเป็นมรสุมสองเด้ง ที่จะกดดันให้สภาพคล่องไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง และฉุดให้ราคา Bitcoin หลุดแนวรับสำคัญดิ่งตัวลงลึกจากแรงเทขายตื่นตระหนกทั่วโลก

