สรุปข่าว
- Bob Loukas นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์รุ่นเก๋า ออกโรงเตือนสติให้นักลงทุนอยู่ในความสงบ หลังราคาบิตคอยน์ดิ่งแตะ 59,307 ดอลลาร์ ล้างพอร์ตนักเทรดฟิวเจอร์สแตกยับเยิน ล้างบางสัญญาฝั่งซื้อสูญหายไปกว่า 1.49 พันล้านดอลลาร์
- สถิติบนบล็อกเชนฟ้องความเสี่ยง พบสายซิ่งโดนล้างพอร์ตแตกกว่า 2.1 แสนราย เผยชนวนเหตุส่วนหนึ่งโยงใกล้วิกฤตราคาหุ้นและหุ้นบุริมสิทธิของ Strategy ตกเป็นเป้าหมายกองทุนสายชอร์ตถล่มราคา
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัด Bitcoin เข้าสู่ช่วงฟอร์มตัวสร้างจุดต่ำสุดระยะยาวตามกลไกวัฏจักร 4 ปี คาดตลาดจำเป็นต้อง Sideways สะสมพลัง ต่อไปอีก 3 ถึง 5 เดือน ก่อนจะเริ่มพุ่งเป็นขาขึ้นรอบใหม่
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
แม้ในระยะยาวนักเทรดรุ่นเก๋าจะมองว่า บิตคอยน์ยังไม่ตาย แต่ตอนนี้แรงเทขายฝั่งขาลงรุนแรงมาก ทั้งตัวเลขการล้างพอร์ตระดับพันล้านดอลลาร์ และปัญหาสภาพคล่องหลังบ้านของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Strategy จะกลายเป็นกำแพงหนาที่คอยขวางแรงซื้อไว้
Bob Loukas นักวิเคราะห์และนักเทรดรุ่นเก๋าชื่อดัง ได้ออกมาเตือนสติให้นักลงทุนอยู่ในความสงบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคา Bitcoin (BTC) ดิ่งลงไปแตะระดับ 59,307 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidations) ของฝั่งฟิวเจอร์สสูงถึง 1.49 พันล้านดอลลาร์
Bob Loukas โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เน้นย้ำว่า “Bitcoin ยังไม่ตาย” แต่สิ่งที่เป็นไปตามกระแสและตายไปแล้วจริง ๆ คือ ความเห่อและการปั่นกระแสบนโลกโซเชียลมีเดียต่างหาก พร้อมชี้ว่า ตลาดจำเป็นต้องสลัดภาพลวง เรื่องการทำกำไรอย่างรวดเร็ว ที่มักจะถูกโปรโมทบนโลกออนไลน์ออกไปเสียที
Bob Loukas มองว่า คลื่นแรงเทขายในรอบนี้ ถือเป็นกระบวนการ “ล้างไพ่ทำความสะอาดระบบ” ครั้งสุดท้ายที่เป็นไปตามธรรมชาติของวัฏจักร 4 ปี (4-year cycle) ซึ่งกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบและบาดเจ็บหนักที่สุดในรอบนี้คือ นักเทรดฝั่ง Long ที่เปิด Position โดยใช้ Leverage สูงเกินไป
โดยข้อมูลจาก CoinGlass เผยว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีนักลงทุนฝั่ง Long โดนล้างพอร์ตไปถึง 212,686 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.19 พันล้านดอลลาร์ และเฉพาะช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ก็โดนกวาดล้างเพิ่มไปอีกกว่า 327.56 ล้านดอลลาร์
ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักระบุว่า การร่วงลงอย่างรุนแรงของ Bitcoin ในครั้งนี้ มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงของบริษัท Strategy ที่นำโดย Michael Saylor
โดยหุ้น MSTR ปรับตัวลดลงอย่างมาก ขณะที่หุ้นบุริมสิทธิ STRC ก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 75 ดอลลาร์ จากราคาพาร์ที่ 100 ดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทที่มีภาระหนี้สินและถือครอง Bitcoin อยู่ในคลังสูงถึง 847,363 BTC แห่งนี้ ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มกองทุนสาย Short-selling ที่พยายามจะกดราคาให้ต่ำลงไปอีก

ราคา Strategy (MSTR) ที่มา: TradingView
สภาวะตลาดขาลงเช่นนี้ ส่งผลให้ Strategy เผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการระดมทุนใหม่ภายใต้เงื่อนไขเดิม จนเหล่านักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ต้องออกมาคำแนะนำให้ทาง Strategy ออกไปประกาศ “หยุดพักการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมชั่วคราว” ก่อน เพื่อกลับไปฟื้นฟูเสถียรภาพและความสมดุลของกระแสเงินสดสำรองของบริษัทให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัย
จุดต่ำสุดเริ่มใกล้เข้ามา แต่ต้องใช้เวลาปรับฐาน
อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างพื้นฐานภายในระบบจะมีความตึงเครียดในระยะสั้น แต่ Bob Loukas เชื่อว่าปัจจุบัน Bitcoin ได้เข้าสู่ช่วงเวลาของการ “ฟอร์มตัวเพื่อสร้างจุดต่ำสุดระยะยาว” (Long-term bottom) แล้ว เนื่องจากตามสถิติทางประวัติศาสตร์ ตลาดจำเป็นต้องมีการล้างพอร์ตพวกสายซิ่ง (Margin และ Leverage) ที่แห่กู้เงินมาเทรดเยอะเกินไปให้หมดเกลี้ยงเสียก่อน ราคาถึงจะเริ่มกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ได้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์รุ่นเก๋าได้เตือนทิ้งท้ายว่า หากใครกำลังคาดหวังว่าราคาจะดีดตัวกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว (V-Shape) อาจจะยังเร็วเกินไป เพราะการจะสิ้นสุดสภาวะตลาดขาลง ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาในการ Sideways เพื่อสะสมพลัง ต่อไปอีกประมาณ 3 ถึง 5 เดือน โดยคาดว่า วัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ จะเริ่มต้นเด่นชัดขึ้นในช่วงใกล้ ๆ กับฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 นี้
ที่มา : u.today
มุมมองผู้เขียน : นักเทรดรุ่นเก๋าที่ผ่านตลาดขาลงมาหลายรอบรู้ดีว่า นี่คือระบบธรรมชาติในการล้างบางสายซิ่ง ซึ่งตัวเลขความเสียหายจากฝั่งฟิวเจอร์สที่พอร์ตแตกยับเยินสูงถึง 1.49 พันล้านดอลลาร์ เป็นบทเรียนราคาแพงที่ฟ้องว่า ตลาดกำลังลงโทษคนโลภที่ใช้เลเวอเรจสูงจนเกินตัว

