bitkub-banner

ตร.บุกทลายทลายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อนปทุมธานี โกงค่าไฟเหลือเดือนละ 35 บาท 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตำรวจภูธรภาค 1 บุกค้นอาคารพาณิชย์ร้างในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบเครื่องขุดบิทคอยน์ 18 เครื่องซ่อนอยู่ชั้น 3 ของตึก
  • มีการบุผนังเก็บเสียงและซ่อนสายไฟอย่างเนียน พร้อมดัดแปลงวงจรไฟฟ้าลักลอบใช้ไฟโดยไม่ผ่านมิเตอร์ นานกว่า 2 ปี บิลค่าไฟที่จ่ายจริงมีแค่เดือนละ 35.62 บาท
  • เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องขุด 11 เครื่องและอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกหลายรายการ เตรียมขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมด้านพลังงานในระดับพื้นที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปริมาณแฮชเรตของเครือข่ายบิทคอยน์ในระดับที่จะกระทบราคาโดยตรง แต่สะท้อนภาพลักษณ์ของการขุดคริปโตในสายตาสังคมและหน่วยงานรัฐ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อการกำกับดูแลในอนาคต

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมกำลังตำรวจกองกำกับการสืบสวนภาค 1 และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขารังสิต นำหมายค้นจากศาลจังหวัดธัญบุรีเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานีหลังได้รับเบาะแสความผิดปกติของการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่

จุดที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจสอบเป็นอาคารพาณิชย์ที่ดูจากภายนอก เหมือนไม่มีคนอยู่อาศัย แต่เมื่อขึ้นไปถึงชั้น 3 กลับพบเครื่องขุดบิทคอยน์ทำงานอยู่ตลอดเวลา เจ้าของพื้นที่ใช้วิธีบุผนังห้องด้วยวัสดุเก็บเสียง เพื่อกลบเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องขุดที่ดังต่อเนื่อง ทำให้คนภายนอกได้ยินเพียงเสียงคล้ายพัดลมระบายอากาศทั่วไป สายไฟทั้งหมดถูกซ่อนอย่างเป็นระบบจนยากจะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า

ดัดแปลงวงจรไฟฟ้า หลบเลี่ยงมิเตอร์มานานกว่า 2 ปี

ประเด็นที่สร้างความเสียหายหนักที่สุดคือ การลักลอบดัดแปลงวงจรไฟฟ้า เพื่อให้กระแสไฟที่ใช้ขุดเหมืองไม่ผ่านมิเตอร์ ทำให้ปริมาณไฟฟ้ามหาศาลที่เครื่องขุด 18 เครื่องใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงไม่ถูกบันทึกตามจริง จากการตรวจสอบพบว่าการกระทำนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี และบิลค่าไฟที่เจ้าของพื้นที่จ่ายจริงมีเพียงเดือนละ 35.62 บาทเท่านั้น ทั้งที่การขุดบิทคอยน์ในระดับนี้ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับรัฐคิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท

ยึดของกลาง เตรียมขยายผลหาตัวผู้กระทำผิด

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องขุดบิทคอยน์ได้ 11 เครื่องจากทั้งหมด 18 เครื่องที่ตรวจพบ พร้อมกล่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต 4 เครื่อง และอุปกรณ์ต่อพ่วงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกหลายรายการ ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปตำรวจจะขยายผลสืบสวนหาตัวเจ้าของหรือผู้ดูแลเครื่องขุดเหล่านี้มารับผิดชอบ ทั้งในข้อหาลักทรัพย์กระแสไฟฟ้าและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง


มุมมองผู้เขียน : คดีลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในไทย ก่อนหน้านี้มีการพบเหมืองขุดเถื่อนแอบใช้ไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ในหลายจังหวัด สะท้อนว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงยังเป็นแรงจูงใจให้บางกลุ่มเลือกเดินทางลัดด้วยวิธีผิดกฎหมาย แทนที่จะแบกรับต้นทุนพลังงานตามจริง หากยังมีผู้เลือกใช้วิธีลักไฟแบบนี้ต่อไป การไฟฟ้าและตำรวจก็คงต้องเพิ่มความถี่ในการตรวจค้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต