สรุปข่าว
- หน่วยงานเกาหลีใต้เริ่มพิจารณาบทลงโทษ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit หลังถูกแฮกสินทรัพย์บนเครือข่าย Solana มูลค่า 44.5 พันล้านวอน หรือราว 1,000 ล้านบาท
- แฮกเกอร์โอนสินทรัพย์ออกจากแพลตฟอร์มต่อเนื่องนาน 54 นาที ขณะที่ Upbit ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยและการเปิดเผยข้อมูลล่าช้า
- เกาหลีใต้เตรียมอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อเพิ่มบทลงโทษสำหรับเว็บเทรดที่ถูกแฮกหรือระบบรักษาความปลอดภัยขัดข้อง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
หน่วยงานเกาหลีใต้ (FSS) เริ่มพิจารณาบทลงโทษ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit หลังเว็บเทรดรายใหญ่ที่สุดของประเทศถูกแฮกสินทรัพย์บนเครือข่าย Solana มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท โดยเงินถูกโอนออกต่อเนื่องนานถึง 54 นาที แม้บริษัทจะชดเชยลูกค้า และอายัดเงินที่ถูกขโมยไปบางส่วนได้แล้ว แต่ยังถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องระบบความปลอดภัย และการเปิดเผยข้อมูลล่าช้า ขณะที่ข้อจำกัดของกฎหมายปัจจุบันกำลังผลักดันให้เกาหลีใต้เร่งออกกฎใหม่ เพื่อเพิ่มความรับผิดและบทลงโทษต่อเว็บเทรดเมื่อเกิดเหตุแฮกหรือระบบขัดข้อง
หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้เริ่มพิจารณาบทลงโทษ Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit หลังเว็บเทรดคริปโทฯ รายใหญ่ที่สุดของประเทศถูกแฮกสินทรัพย์บนเครือข่าย Solana มูลค่ากว่า 4.45 หมื่นล้านวอน หรือราว 1,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025
สถานีโทรทัศน์ SBS รายงานว่า สำนักงานบริการกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้ หรือ FSS ได้ส่งผลการตรวจสอบให้ Dunamu หลังใช้เวลาสอบสวนนานประมาณ 7 เดือน โดยบริษัทจะมีสิทธิชี้แจง ก่อนที่หน่วยงานจะกำหนดระดับของมาตรการลงโทษ
เหตุการณ์นี้สร้างแรงกดดันต่อ Upbit อย่างหนัก เนื่องจากทำให้แพลตฟอร์มถูกจับตาเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย และถูกตั้งคำถามว่า แจ้งข้อมูลต่อผู้ใช้งานรวดเร็วเพียงพอหรือไม่
เงินถูกโอนออกจาก Upbit ต่อเนื่องนาน 54 นาที
รายงานระบุว่า แฮกเกอร์โอนสินทรัพย์จาก Upbit ไปยังกระเป๋าเงินภายนอกต่อเนื่องประมาณ 54 นาที ตั้งแต่เวลา 04.42 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่แพลตฟอร์มจะตรวจพบความผิดปกติและระงับการฝากถอน
Dunamu ใช้เงินสำรองของ Upbit ชดเชยลูกค้ามูลค่า 3.86 หมื่นล้านวอน (ราว 880 ล้านบาท) พร้อมอายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยได้อีก 2.6 พันล้านวอน (ราว 57 ล้านบาท) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้คืน
Upbit ยังถูกวิจารณ์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลล่าช้า หลังประกาศเหตุแฮกเมื่อการแถลงข่าวดีลควบรวมกิจการระหว่าง Dunamu กับ Naver Financial ในวันเดียวกันสิ้นสุดลงแล้ว
กฎหมายปัจจุบันอาจลงโทษได้ไม่เต็มที่
FSS กำลังพิจารณาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์เสมือน (Virtual Asset User Protection Act) หรือไม่
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้เน้นคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ใช้และป้องกันการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม แต่ไม่ได้กำหนดบทลงโทษโดยตรงสำหรับกรณีเว็บเทรดถูกแฮก ทำให้ขอบเขตอำนาจของ FSS ยังไม่ชัดเจน
Lee Chan-jin ผู้ว่าการของหน่วยงาน FSS ยอมรับว่า กฎหมายปัจจุบันมีข้อจำกัด แต่ย้ำว่า เหตุแฮกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่หน่วยงานกำกับดูแลจะปล่อยผ่านได้
เกาหลีใต้จึงเตรียมอุดช่องว่างผ่านกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Basic Act) ซึ่งเป็นกฎหมายคริปโทฯ เฟสที่สองของประเทศ โดยคาดว่าจะเพิ่มข้อกำหนดด้านความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม การชดเชยผู้เสียหาย และบทลงโทษจากเหตุการณ์แฮก หรือระบบเกิดความขัดข้อง
บทลงโทษยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด
หลัง Dunamu ชี้แจงผลการตรวจสอบแล้ว FSS จะเสนอระดับของมาตรการลงโทษ ก่อนส่งให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาคำตัดสินขั้นสุดท้าย
มาตรการที่เป็นไปได้อาจครอบคลุมตั้งแต่คำสั่งให้ปรับปรุงระบบ การลงโทษผู้บริหาร การปรับเงิน หรือการจำกัดการดำเนินธุรกิจบางส่วน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อเสนออย่างเป็นทางการ
มุมมองผู้เขียน: กรณีของ Upbit อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมคริปโทฯ เกาหลีใต้ว่า แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์แฮก และความล้มเหลวของระบบรักษาความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด แม้บริษัทจะชดเชยเงินให้ลูกค้าแล้วก็ตาม
ที่มา: theblock

