สรุปข่าว
- ทำเนียบขาวและคลังสหรัฐฯ มองว่า CLARITY Act ยังไม่สิ้นสุด แต่โอกาสผลักดันในช่วงสภาชุดรักษาการยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ภารกิจสำคัญตอนนี้ถูกส่งต่อไปยัง SEC และ CFTC
- Patrick Witt และ Luke Pettit ระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะเดินหน้าวางกฎตลาดคริปโตภายใต้อำนาจที่มีอยู่ แม้กฎบางส่วนอาจถูกท้าทายทางกฎหมาย หากไม่มีกฎหมายจากสภาคองเกรสรองรับ
- ขณะที่ GENIUS Act กลายเป็นอีกแนวรบสำคัญ โดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารกำลังเร่งจัดทำกฎเพื่อให้ทันกำหนดตามกฎหมาย
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่รอสภาผ่าน CLARITY Act แล้วหันไปโฟกัสการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแล หลังร่างกฎหมายสะดุดในวุฒิสภา โดย หน่วยงาน SEC และ CFTC จะเดินหน้าวางกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนภายใต้อำนาจที่มี แม้บางมาตรการอาจถูกท้าทายทางข้อกฎหมาย ขณะที่กระทรวงการคลังกำลังเร่งจัดทำกฎตาม GENIUS Act ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญสำหรับตลาดเหรียญ Stablecoin ในสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเดินหน้ากำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านหน่วยงานกำกับดูแล หลัง CLARITY Act ไม่สามารถเดินหน้าต่อในวุฒิสภา โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) จะไม่นั่งรอความหวังว่า ร่างกฎหมายจะกลับเข้าสู่การพิจารณาในช่วงสภาชุดรักษาการ
Patrick Witt ที่ปรึกษาด้านคริปโตของทำเนียบขาว และ Luke Pettit ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายสถาบันการเงิน กล่าวว่า CLARITY Act ยังไม่ถือว่าถูกปัดตก แต่บรรยากาศในสภาคองเกรสสำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่เอื้ออำนวย ขณะที่จุดโฟกัสของรัฐบาลได้เปลี่ยนไปอยู่ที่การดำเนินงานของหน่วยงานกำกับดูแล
ช่วงสภาชุดรักษาการหลังการเลือกตั้ง Mid term เดือนพฤศจิกายนนี้ ยังเปิดโอกาสให้สภาคองเกรสหยิบร่างกฎหมายกลับมาพิจารณาอีกครั้ง แต่ผลการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อท่าทีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงความเป็นไปได้ในการหาข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้
Witt ระบุว่า รัฐบาลไม่มีแผนชะลอการทำงานของ SEC และ CFTC เพื่อรอ CLARITY Act โดยหน่วยงานจะเดินหน้าภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ขณะที่เขายอมรับว่ากฎ หรือข้อยกเว้นบางส่วนอาจถูกท้าทายทางข้อกฎหมาย หากไม่มี Clarity Act มารองรับ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้หน่วยงาน SEC และ CFTC มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางตลาดคริปโตสหรัฐฯ ในระยะที่ CLARITY Act ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะผ่านสภาคองเกรสได้เมื่อใด
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารกำลังเร่งจัดทำกฎเพื่อบังคับใช้ GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมาย Stablecoin ที่ผ่านการรับรองเป็นกฎหมายแล้ว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้ทันกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
Pettit ซึ่งเคยมีส่วนร่วมในการร่าง GENIUS Act ระบุว่า กระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารกำลังเดินหน้าจัดทำกฎดังกล่าวตามกรอบเวลาที่กำหนด
Witt ยังระบุว่า บริษัทบางแห่งเริ่มเตรียมผลิตภัณฑ์และโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับ GENIUS Act แม้กฎขั้นสุดท้ายยังไม่แล้วเสร็จ โดยมองว่าตลาด Stablecoin มีแนวโน้มแบ่งออกเป็นสินทรัพย์ที่ปฏิบัติตามกฎและสินทรัพย์ที่อยู่นอกกรอบกำกับดูแลเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับตลาดคริปโตโดยรวม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่าอุตสาหกรรมอาจต้องพึ่งพากฎและแนวทางจาก SEC, CFTC และหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารมากขึ้นในระยะสั้น ขณะที่ CLARITY Act ยังต้องรอทิศทางทางการเมืองหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
นอกจากนี้ Witt ยังมองว่า การกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้นจะช่วยรองรับการเติบโตของตลาด Stablecoin และการนำสินทรัพย์เข้าสู่ระบบ Tokenization ซึ่งเริ่มได้รับความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ มากขึ้น
ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: ต่อจากนี้ตลาดน่าจะจับตาไปที่การทำงานของ SEC และ CFTC มากขึ้น เพราะกฎที่ออกมาอาจมีผลต่อทิศทางตลาดคริปโตโดยตรง ขณะที่ CLARITY Act ยังต้องรอความชัดเจนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

