สรุปข่าว
- Hester Peirce กรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เสนอให้นำเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof และระบบยืนยันตัวตนแบบตั้งอิงคุณลักษณะมาใช้แทนการเก็บเอกสารส่วนบุคคลเต็มรูปแบบ ในกระบวนการ KYC/AML
- คณะทำงานคริปโตของ ก.ล.ต. เคยพบตัวแทน Aztec Laboratorium เพื่อศึกษาเทคโนโลยี ZKPassport ซึ่งพิสูจน์ตัวตนได้ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลดิบออกจากอุปกรณ์
- ก.ล.ต. เปิดข้อยกเว้นทางนวัตกรรม 5 ปี ให้เทรดหุ้นโทเคน ผ่านพูลระบบ AMM ได้ ท่ามกลางความกังวลจากสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน (SIFMA) เรื่องสภาพคล่องกระจายตัวออกจากกันมากเกินไป
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ประเด็นนี้เป็นเรื่องเชิงนโยบายและกรอบกำกับดูแลระยะยาว ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที กฎ KYC/AML เดิมยังคงอยู่ครบ จึงไม่น่าจะมีผลสะเทือนต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น แต่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่มุ่งเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว และการยืนยันตัวตน
กรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน หันมาทบทวนวิธีการเก็บข้อมูลลูกค้าเสียใหม่ โดยชี้ว่า ระบบ KYC ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันกำลังสร้างความเสี่ยง ด้านความเป็นส่วนตัวมากเกินความจำเป็น พร้อมเสนอทางออกด้วยเทคโนโลยีการพิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล หรือ Zero-Knowledge Proof
Hester Peirce กล่าวถ้อยแถลงในงาน SIFMA’s 2026 Digital Assets Conference เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เปรียบเปรยว่า ข้อกำหนดด้านการรู้จักตัวตนลูกค้าแบบเดิม กำลังบังคับให้สถาบันการเงิน สะสมข้อมูลส่วนบุคคลจนกลายเป็นกองฟางขนาดใหญ่ที่นับวันยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ และความเสี่ยงที่ตามมาคือ การถูกสอดส่องแบบเบ็ดเสร็จ
Hester Peirce เสนอให้เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ทั้งหมด แทนที่จะบังคับให้ส่งเอกสารฉบับเต็มทุกครั้ง ควรให้ผู้ใช้ยืนยันเฉพาะข้อเท็จจริงที่จำเป็นต่อธุรกรรมนั้น ๆ เช่น อายุ สัญชาติ สถานะนักลงทุน หรือการผ่านการคัดกรองมาตรการคว่ำบาตร ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาการรหัสลับ โดยไม่ต้องเปิดชื่อจริง ที่อยู่ หรือรายได้ให้กับสถาบันการเงินทุกแห่งที่ทำธุรกรรมด้วย
จุดสำคัญคือ Hester Peirce ย้ำชัดว่า ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การยกเลิกหน้าที่ตรวจสอบ KYC และ AML แต่เป็นการยกระดับประสิทธิภาพ
Hester Peirce ยังเสนอให้สถาบันการเงินสามารถพึ่งพาระบบยืนยันตัวตนจากบุคคลที่สามที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่ต้องจัดเก็บตามกฎเกณฑ์ของสถาบันนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
เมื่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เริ่มศึกษา ZKPassport จริงจัง
แนวคิดของ Hester Peirce สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวภายในคณะทำงานคริปโตของ ก.ล.ต. เอง โดยย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม คณะทำงานชุดนี้ ได้พบกับตัวแทนจาก Aztec Laboratorium Limited เพื่อรับฟังรายละเอียดของ ZKPassport ระบบตรวจสอบเอกสารประจำตัวที่ออกโดยรัฐบาล ซึ่งทำงานอยู่บนอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้เอง
กลไกของมันคือ การสร้างหลักฐานทางคริปโตกราฟีขึ้นมา เพื่อยืนยันคุณลักษณะที่สถาบันการเงินต้องการทราบ โดยที่เอกสารต้นฉบับ หรือข้อมูลระบุตัวตนดั้งเดิมจะไม่มีวันหลุดออกจากอุปกรณ์เลย นี่คือแนวทางที่ตรงกับสิ่งที่ Peirce พยายามผลักดัน
ข้อยกเว้นนวัตกรรม 5 ปี ปูทางหุ้นโทเคน เทรดผ่าน AMM
นอกเหนือจากเรื่อง KYC แล้ว Hester Peirce ยังพูดถึงคำสั่ง Innovation Exemption ที่ ก.ล.ต. ประกาศใช้เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ให้ข้อยกเว้นชั่วคราวเป็นระยะเวลา 5 ปี มีผลตั้งแต่ 17 กันยายน 2026 ถึง 17 กันยายน 2031 แก่แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นแปลงเป็นโทเคน และผู้ดูแลสภาพคล่อง ให้สามารถเทรดผ่านพูลสภาพคล่องแบบ Automated Market Maker ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้
ซึ่งโครงสร้างแบ่งเป็นสองระดับ Tier 1 จำกัดจำนวนไม่เกิน 75 สัญลักษณ์หุ้น และปริมาณซื้อขายต้องไม่เกิน 0.25% ของปริมาณเฉลี่ยรายวัน (ADV) ส่วน Tier 2 ขยายเป็นจำกัดไม่เกิน 250 สัญลักษณ์หุ้น และไม่เกิน 2.5% ของ ADV
ทั้งนี้ Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. ระบุว่า ข้อยกเว้นนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การออกกฎหมายถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้สภาพคล่องของหุ้นโทเคนสหรัฐฯ ไหลออกไปเติบโตในตลาดต่างประเทศแทน
SIFMA ยังกังวลเรื่องสภาพคล่องกระจายตัว
Kenneth Bentsen Jr. ประธานและซีอีโอของสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน (SIFMA) แสดงความยินดีต่อท่าทีเปิดรับนวัตกรรมของ ก.ล.ต. แต่ก็ไม่ลืม เตือนถึงความเสี่ยง เขามองว่า การปล่อยให้หุ้นโทเคนหลายรูปแบบ ซื้อขายกระจัดกระจายในตลาดคู่ขนาน อาจสร้างความสับสนให้นักลงทุนรายย่อย และทำให้สภาพคล่องกับราคาแตกกระจายไปคนละทิศ
Hester Peirce เองก็ยอมรับข้อกังวลนี้ตรง ๆ เธอบอกว่า ข้อยกเว้นนี้เป็นเพียงระยะแรกของกระบวนการวางกฎเกณฑ์ระยะยาวเท่านั้น ยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย
ปัจจุบัน ก.ล.ต. ยังคงเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะผ่านแฟ้มเอกสารหมายเลข File No. 4-927 ที่เกี่ยวกับกรอบข้อยกเว้น 5 ปีนี้ ขณะที่กฎ KYC/AML ของสถาบันนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แบบเดิมจะยังคงบังคับใช้ต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอย่างเป็นทางการ
ที่มา : crypto.new
มุมมองผู้เขียน : ข้อเสนอของ Hester Peirce สะท้อนความพยายามถ่วงดุลการปกป้องความเป็นส่วนตัวกับการปฏิบัติตามกฎหมายที่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมคริปโตเรียกร้องมานาน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะแก้กฎหมายจริงเพราะกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการปรับกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นข้ามคืน ส่วนข้อยกเว้นหุ้นโทเคน 5 ปี ยังต้องลุ้นว่า จะนำไปสู่กฎหมายถาวร หรือค้างเติ่งในกระบวนการพิจารณา

