สรุปข่าว
- CFTC เปิดทาง Tokenized Assets ให้โบรกเกอร์และสำนักหักบัญชีสหรัฐฯ นำสินทรัพย์ที่ผ่านการอนุมัติในรูปแบบโทเคนมาใช้งานได้ หากให้สิทธิเทียบเท่าสินทรัพย์จริง
- Blockchain ใช้บันทึกข้อมูลได้โดยตรง บริษัทสามารถเก็บข้อมูลแบบ On-chain โดยไม่ต้องมีสำเนาแบบ Off-chain แต่ต้องมีระบบสำรองหากใช้ Public Blockchain
- เหรียญคริปโตเคอร์เรนซีและ Stablecoin ยังคงไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันในธุรกรรมสัญญาแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้ผ่านสำนักหักบัญชี
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
CFTC ปรับปรุงแนวทางกำกับดูแล เปิดทางให้โบรกเกอร์และสำนักหักบัญชีสหรัฐฯ ใช้งาน Tokenized Assets ได้ หากให้สิทธิแก่ผู้ถือเทียบเท่าสินทรัพย์จริง ขณะเดียวกัน Blockchain สามารถใช้เป็นระบบบันทึกข้อมูล On-chain ได้โดยไม่ต้องมีสำเนา Off-chain เพิ่มเติม ส่วน Public Blockchain ต้องมีระบบรองรับกรณีเครือข่ายขัดข้อง ขณะที่ Cryptocurrency และ Stablecoin ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันสำหรับธุรกรรมสัญญาแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้ผ่านสำนักหักบัญชีได้
CFTC อัปเดตแนวทางกำกับดูแลตลาดคริปโต โดยเปิดทางให้โบรกเกอร์และสำนักหักบัญชี นำเงินลูกค้าไปลงทุนใน Tokenized Assets หรือสินทรัพย์ดั้งเดิมที่อยู่ในรูปแบบโทเคนได้ พร้อมอนุญาตให้ใช้ Blockchain เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลตามข้อกำหนดของหน่วยงาน
เจ้าหน้าที่ CFTC คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคริปโตเพิ่ม 4 เรื่อง และแก้ไขคำตอบอีก 1 เรื่อง โดยระบุว่า สินทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตสามารถนำมาออกเป็นโทเคนได้ หากโทเคนนั้นให้สิทธิทางกฎหมายแก่ผู้ถือเทียบเท่ากับสินทรัพย์จริง
หนึ่งในกรณีที่ครอบคลุมคือ Government Money Market Funds หรือกองทุนรวมตลาดเงินของรัฐบาลในรูปแบบโทเคน ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ หากได้รับการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Custodian หรือผู้รับฝากทรัพย์สิน
นอกจากนี้ Swap Dealers หรือ ผู้ค้าสัญญาแลกเปลี่ยน สามารถใช้หุ้นของกองทุนตลาดเงินในรูปแบบโทเคนเป็นหลักประกัน สำหรับธุรกรรมสัญญาแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้ผ่านสำนักหักบัญชีได้
ในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล CFTC เปิดทางให้โบรกเกอร์ กระดานเทรด และสำนักหักบัญชีใช้ Blockchain เป็นระบบบันทึกข้อมูลโดยตรง เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงาน
บริษัทสามารถเก็บบันทึกข้อมูลไว้บน Blockchain เพียงอย่างเดียวได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสำเนาข้อมูลอีกชุดแบบ Off-chain
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทใช้ Public Blockchain หรือบล็อกเชนสาธารณะที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้จะต้องมีระบบรองรับเพื่อให้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ต่อเนื่อง หากเครือข่ายเกิดปัญหา หรือหยุดทำงาน
ส่วนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี และ Stablecoin ยังคงไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันสำหรับธุรกรรมดังกล่าวได้ โดยข้อกำหนดในส่วนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การอัปเดตแนวทางครั้งนี้มาจากข้อเสนอของทาง dYdX, Blockchain Association และ Solana Policy Institute โดยเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจาก Mike Selig ประธาน ของ CFTC ระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เขาเรียกว่า “Mass Tokenization” หรือการนำสินทรัพย์จำนวนมากไปแปลงเป็นโทเคน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้การนำเทคโนโลยี Tokenized Assets และ Blockchain จากโลกคริปโต มาใช้ในตลาดการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC มีความชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านการลงทุน การใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกัน และการจัดเก็บข้อมูล
มุมมองผู้เขียน: การเปิดทางให้ Tokenized Assets และ Blockchain ถูกใช้งานภายใต้กรอบกำกับดูแลของ CFTC ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับโครงสร้างพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดการเงินสหรัฐฯ โดยเฉพาะกระแส Tokenization ที่อาจขยายตัวมากขึ้น

