สรุปข่าว
- Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกรายการ Fox News เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เปิดใจและยืดหยุ่นเรื่องนโยบายดอกเบี้ย โดยอ้างว่าการเพิ่มผลิตภาพจาก AI และการลดกฎระเบียบทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานไม่ใช่ภัยคุกคามเหมือนก่อน
- Bessent เทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับยุค Alan Greenspan ในทศวรรษ 1990 ที่ปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องช่วงบูมอินเทอร์เน็ต พร้อมระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐานสงบนิ่งมาหลายเดือนแล้ว ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปที่พุ่งสูงมาจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่านซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว
- คำพูดนี้เกิดขึ้นหลังเฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้ถ้อยแถลงของ Bessent ถูกมองว่าเป็นความพยายามสกัดไม่ให้เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินต่อ มากกว่าการเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยทันที
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
แรงกดดันจากฝ่ายบริหารให้เฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะยาว เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำลงจะเพิ่มสภาพคล่องในระบบ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ตลาดคริปโตยังไม่ตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังเป็นเพียงคำแถลงความเห็น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกรายการ Sunday Morning Futures ทาง Fox News เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2569 เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เปิดใจกว้างและคงความยืดหยุ่นเรื่องดอกเบี้ย โดยระบุว่าการเพิ่มผลิตภาพจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกอบกับการลดกฎระเบียบและมาตรการลดภาษีของรัฐบาล Trump กำลังขยายศักยภาพการผลิตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตเร็วขึ้นได้โดยไม่จุดชนวนเงินเฟ้อ ตามรายงานจาก Bull Theory ทั้งนี้ Bessent ยืนยันว่าเงินเฟ้อพื้นฐานสงบนิ่งมาหลายเดือนแล้ว ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปที่พุ่งสูงมาจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับอิหร่านซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น
เทียบยุค Greenspan ปล่อยเศรษฐกิจโตในยุคบูมอินเทอร์เน็ต
ในการให้สัมภาษณ์ Bessent เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับทศวรรษ 1990 สมัยที่ Alan Greenspan เป็นประธานเฟด และเลือก “ปล่อยให้เศรษฐกิจเดินหน้า” ท่ามกลางการเติบโตของอินเทอร์เน็ต โดยระบุว่า Kevin Warsh ประธานเฟดคนปัจจุบันก็เห็นความคล้ายคลึงระหว่างการขยายตัวของ AI ในวันนี้กับยุคนั้น และเรียกร้องให้คณะกรรมการเฟดชุดปัจจุบันใช้แนวทางเดียวกัน เนื่องจากปัจจัยหนุนจากการลดกฎระเบียบและเทคโนโลยีเอื้อให้ทำได้
บริบทสำคัญ เฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือคำแถลงของ Bessent เกิดขึ้นหลังเฟดภายใต้การนำของ Kevin Warsh เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยอ้างอิงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อความกังวลเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ Bessent พูดจึงไม่ใช่การเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยแบบทันที แต่เป็นความพยายามโน้มน้าวไม่ให้เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปมากกว่า โดยอ้างอิงตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.3% เทียบเดือนก่อนหน้า และ 2.4% เทียบปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
นักวิเคราะห์มองว่าการที่รัฐมนตรีคลังออกความเห็นชี้นำแนวทางเฟดต่อสาธารณะเช่นนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะขัดกับธรรมเนียมปฏิบัติที่ฝ่ายบริหารมักไม่ก้าวก่ายความเป็นอิสระของธนาคารกลางมาตั้งแต่ยุค 1990 เป็นต้นมา และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bessent ออกมากดดันเฟด ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 เขาเคยเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยแรง 150-175 basis point ผ่านรายการ Bloomberg Surveillance มาแล้ว
ส่วนตัวผมมองว่าคำพูดของ Bessent รอบนี้เป็นการเล่นเกมกดดันเฟดผ่านสื่อมากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายจริง เพราะเฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปหมาด ๆ การจะกลับลำมาลดดอกเบี้ยทันทีคงไม่ง่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือรัฐบาลกำลังพยายามสร้างเรื่องเล่าว่า AI คือปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจโตได้โดยไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าเรื่องเล่านี้ถูกตลาดยอมรับ อาจเปิดทางให้เฟดผ่อนคลายนโยบายได้ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโตในระยะยาว แต่ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง ผมแนะนำให้จับตาว่าตัวเลขเงินเฟ้อเดือนถัดไปจะออกมาอย่างไร และเฟดจะตอบสนองต่อแรงกดดันนี้แบบไหนในการประชุมครั้งถัดไป
ที่มา: @BullTheoryio
ภาพจาก AI
