bitkub-banner

นักเศรษฐศาสตร์ Apollo เตือน AI Agent เสี่ยงจุดชนวนวิกฤตแห่ถอนเงินออกจากธนาคาร 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • AI Agents ที่ทำงานอัตโนมัติอาจทำให้เกิดแบงก์รันครั้งใหญ่ เนื่องจากพวกมันจะย้ายเงินฝากไปที่ๆ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าโดยอัตโนมัติ แทนที่จะเก็บไว้ดังเดิม
  • แม้จะมองว่าไม่ใช่การล่มสลายเบ็ดเสร็จ แต่เหตุการณ์นี้จะทำให้แหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำของธนาคารหมดไป บีบให้สถาบันการเงินต้องปรับตัว
  • ในยามวิกฤต เอเจนต์เหล่านี้จะเร่งให้ธนาคารล่มเร็วขึ้นและมีความรุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากมีความหลากหลายทางพฤติกรรมต่ำกว่ามนุษย์มาก

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Torsten Slock หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Apollo Global Management ออกมาเตือนว่าการแพร่หลายของ AI Agents ที่ช่วยบริหารจัดการเงินอัตโนมัติ อาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดแบงก์รันครั้งใหญ่ในระบบการเงิน เนื่องจากพฤติกรรมของเอเจนต์ไม่เหมือยกับมนุษย์ทั่วไปและอาจทำให้วิกฤตมีความรุนแรงและฉับพลันยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

Torsten Slock อดีตเจ้าหน้าที่ IMF และนักเศรษฐศาตร์จาก Apollo Global Management ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับล้านล้านดอลลาร์ ได้ส่งคำเตือนรุนแรงว่า AI Agents เช่น Muse ชอง Meta ที่กำลังโด่งดึง ซึ่งสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติไม่ต้องพึ่งพาคำสั่งผู้ใช้อาจเป็นชนวนสาเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตแบงก์รันได้

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่สมดุลอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผลตอบแทนของบริษัทฟินเทคกับธนาคารที่ได้รับการคุ้มครองจาก FDIC ซึ่งอาจทำให้มีการถอนเงินจำนวนมากจากธนาคาร เนื่องจากเอเจนต์ทำการโยกย้ายเงินออมของผู้ใช้ไปรับผลตอบแทนที่สูงกว่า

Slock เน้นย้ำว่า การนำเอเจนต์เหล่านี้มาใช้อย่างแพร่หลาย อาจกวาดเงินสดของครัวเรือนเข้าสู่บัญชีที่ให้ผลตอบแทน 3.3% ถึง 5.0% โดยอัตโนมัติในไม่ช้า แทนที่จะเป็นค่าเฉลี่ยระดับชาติที่ 0.1% ในบัญชีออมทรัพย์ นำมาซึ่งความเสี่ยงที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อระบบการเงิน และทำให้บัญชีเงินฝากแบบดั้งเดิมล้าสมัย จนธนาคารสูญเสียส่วนแบ่งก้อนโต ดังที่เห็นได้จากการเติบโตของสถาบันอย่าง Revolut และอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา 

แม้ว่าเขาจะไม่ได้กล่าวถึงเหรียญ stablecoin โดยตรง แต่ข้อคิดเห็นของ Slock ก็นับว่าสอดคล้องกับความกังวลของกลุ่มธนาคารชุมชนที่เคยเตือนถึงผลกระทบ หากสถาบันการเงินได้รับอนุญาตให้เสนอผลตอบแทนจากเงินฝากคริปโต ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อโต้แย้งที่นำไปสู่การล่มสลายของกฎหมาย CLARITY Act ในวุฒิสภา

ในขณะเดียวกันสมมติฐานเรื่องการเกิดภาวะแห่ถอนเงินโดย AI ก็ได้เสียงวิจารณ์เช่นกัน โดยมีผู้ชี้ว่ามันอาจไม่ได้ทำให้เกิดแบงก์รันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่อาจเป็นการสิ้นสุดของแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำและผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของสำหรับธนาคารที่ไม่ปรับตัวให้เข้ากับความจริงของยุคสมัยใหม่

“โมเดลธุรกิจที่สร้างขึ้นจากความยุ่งยากและความเกียจคร้านของมนุษย์ จะต้องถูกกำจัดอย่างราบคาบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน” Haseeb Qureshi หุ้นส่วนผู้จัดการของ Dragonfly กล่าว

อย่างไรก็ตาม Slock เน้นย้ำด้วยว่า ในสถานการณ์อย่างที่ Silicon Valley Bank (SVB) เผชิญในปี 2023 เอเจนต์อาจจะเป็นตัวเร่งให้ธนาคารล่มสลายเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากพวกมันมีความหลากหลายทางพฤติกรรมต่ำกว่ามนุษย์มาก และสรุปว่า “แบงก์รันจากเอเจนต์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลูกโซ่น่าจะมีความรุนแรงและฉับพลันยิ่งกว่าแบงก์รันที่เกิดจากมนุษย์”

ที่มา: Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน: ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความสะดวกสบายและความฉลาดของ AI กำลังจะเข้ามาทำลายความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม ซึ่งถ้าหากพวกเขาไม่เร่งปรับตัว ความผันผวนและความรุนแรงของกระแสเงินทุนที่เคลื่อนย้ายแบบเรียลไทม์ผ่านอัลกอริทึมก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น