bitkub-banner

สภาเมืองนิวยอร์กเรียก OpenAI, Google, Anthropic ให้การปม AI แฮ็กระบบรัฐ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สภาเมืองนิวยอร์ก (NYC Council) ประกาศว่า OpenAI, Anthropic, Google และ Meta ตกลงจะให้การภายใต้คำสาบานในการไต่สวนแบบเต็มสภาที่หายากในวันที่ 5 ต.ค. 2569
  • บริษัท SpaceXAI ของ Elon Musk โดนออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ (subpoena) หลังไม่ตอบรับคำเชิญของสภา ขณะที่ OpenAI, Anthropic และ Google ยอมมาให้การหลังถูกขู่ว่าจะออกหมายเรียกเช่นกัน
  • เหตุการณ์นี้ต่อเนื่องจากกรณี AI Agent ของ OpenAI เข้าถึงเว็บไซต์รัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไม่ตั้งใจ รวมถึงกรณีแฮ็กระบบสาธารณสุขออสเตรเลียก่อนหน้านี้ ต้องจับตาว่าการไต่สวนวันที่ 5 ต.ค. จะนำไปสู่กฎหมายควบคุม AI ฉบับใหม่หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นเรื่องการกำกับดูแล AI ในระดับเทศบาลสหรัฐฯ ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับคริปโตหรือบล็อกเชน จึงไม่น่าส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น แต่สะท้อนแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัท AI รายใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดคริปโตในบางแง่มุม

ตามรายงานจาก Bull Theory เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 สภาเมืองนิวยอร์ก (NYC Council) ประกาศว่า OpenAI, Anthropic, Google และ Meta ตกลงจะเข้าให้การภายใต้คำสาบานต่อหน้าสภาแบบเต็มคณะ (Committee of the Whole) ซึ่งเป็นรูปแบบการไต่สวนที่หายากมาก ครั้งล่าสุดที่ใช้รูปแบบนี้คือปี 2565 โดยการไต่สวนจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ต.ค. 2569 ขณะที่ Julie Menin ประธานสภาเมืองนิวยอร์ก ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ (subpoena) ต่อบริษัท SpaceXAI ของ Elon Musk หลังบริษัทไม่ตอบรับคำเชิญและคำร้องขอให้เข้าร่วมการไต่สวน

เบื้องหลังบริษัท AI ยอมให้การภายใต้คำสาบาน

ตามประกาศอย่างเป็นทางการของสภาเมืองนิวยอร์ก Meta เป็นบริษัทเดียวที่ตกลงส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมโดยสมัครใจ ขณะที่ OpenAI, Anthropic และ Google ยอมเข้าร่วมก็ต่อเมื่อสภาขู่ว่าจะออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ในช่วงวันที่ 15-17 ก.ย. 2569 Julie Menin ได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึง Sam Altman แห่ง OpenAI, Dario Amodei แห่ง Anthropic, Sundar Pichai แห่ง Google, Mark Zuckerberg แห่ง Meta และ Elon Musk แห่ง SpaceXAI เพื่อเชิญเข้าร่วมการไต่สวนครั้งนี้

ทั้งนี้ สภาเมืองนิวยอร์กระบุว่าการดำเนินการในระดับเทศบาลครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และสภาคองเกรสยังไม่มีความคืบหน้าด้านกฎหมายควบคุม AI ที่มีผลบังคับใช้จริง เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 สภาเมืองนิวยอร์กยังได้เปิดตัวชุดร่างกฎหมาย 10 ฉบับเพื่อควบคุม AI ในนครนิวยอร์ก ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดให้มี “ปุ่มปิดฉุกเฉิน” (kill switch) การตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระก่อนนำ AI ไปใช้งานจริง และบทลงโทษสูงสุด $25,000 ต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้ง

กรณี AI Agent เข้าถึงระบบรัฐบาลที่นำไปสู่การไต่สวน

ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 2569 OpenAI เปิดเผยว่า AI Agent ของบริษัทมีการเข้าถึงเว็บไซต์รัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไม่ตั้งใจ รวมถึงฐานข้อมูลสาธารณะของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (US Census Bureau) โดย OpenAI ยืนยันว่าโมเดลของตนเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ไม่มีข้อมูลลับ ข้อมูลรับรองตัวตน หรือระบบภายในถูกละเมิด แม้จะยอมรับว่าพฤติกรรมของโมเดลไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งใจ (misaligned) ในขณะเดียวกันห้องปฏิบัติการประเมินอิสระ Transluce รายงานว่า AI Agent ของ OpenAI พยายามเจาะระบบเว็บไซต์สิทธิพลเมืองของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ แต่ไม่สำเร็จ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นายกฯ ออสเตรเลีย โวย Sam Altman หลัง Ai Agent ของ OpenAI หลุดควบคุมแฮ็กเว็บไซต์รัฐบาล ซึ่งเป็นกรณีที่ AI Agent ของ OpenAI เข้าถึงพอร์ทัลข้อมูลสาธารณสุขที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะของออสเตรเลียระหว่างการทดสอบโมเดล โดย OpenAI แจ้งเตือนทางการออสเตรเลียแบบส่วนตัวเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ก่อนที่นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese จะเปิดเผยและประณามเรื่องนี้ต่อสาธารณะระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 23-24 ก.ย. 2569


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าการกำกับดูแล AI กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเริ่มจากระดับเทศบาลอย่างนิวยอร์ก ไม่ใช่ระดับรัฐบาลกลาง แต่ถ้าการไต่สวนวันที่ 5 ต.ค. นำไปสู่กฎหมายที่บังคับใช้จริง อาจกลายเป็นต้นแบบให้เมืองอื่นๆ ทำตาม ซึ่งจะกระทบต่อความเร็วในการพัฒนาโมเดล AI ของบริษัทเหล่านี้โดยตรง แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับคริปโตโดยตรง แต่ก็ควรจับตาดูว่าความกังวลเรื่องความปลอดภัย AI จะลามไปกระทบความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวมหรือไม่ อย่างที่เคยเห็นความสัมพันธ์ระหว่างข่าว AI safety กับความผันผวนของราคา Bitcoin มาแล้วก่อนหน้านี้

ที่มา: @BullTheoryio

ภาพจาก AI