bitkub-banner

Franklin Templeton ชี้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และฮ่องกง นำ Tokenization ในเอเชีย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Chetan Karkhanis ผู้บริหารของ Franklin Templeton ระบุว่าเอเชียมีความคืบหน้าด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenized Finance) แต่แต่ละตลาดเดินหน้าด้วยความเร็วไม่เท่ากัน
  • เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง นำหน้าตลาดอื่นในภูมิภาคราว 2-3 ปี ขณะที่อีกหลายประเทศยังตามหลังสหรัฐฯ ในเรื่อง Stablecoin
  • ประเด็นนี้ยังเป็นการแสดงความเห็นเชิงภาพรวม ไม่มีมาตรการหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายใหม่ที่ชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้เป็นมุมมองของผู้บริหารสถาบันการเงินต่อการเติบโตของ Tokenization ในเอเชีย ซึ่งสะท้อนแนวโน้มระยะยาวที่เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม แต่ไม่ใช่ปัจจัยกระตุ้นที่กระทบราคาคริปโตในระยะสั้นโดยตรง

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 30 ก.ย. Chetan Karkhanis จาก Franklin Templeton ระบุว่าเอเชียมีความคืบหน้าด้านการเงินแบบโทเคน (Tokenized Finance) แต่ทุกตลาดไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากัน เขาประเมินว่าเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง “น่าจะนำหน้าอยู่ราว 2 ถึง 3 ปี” ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังตามหลังสหรัฐฯ ในเรื่อง Stablecoin

ข้อมูลจากการตรวจสอบเพิ่มเติมระบุว่า Karkhanis แสดงความเห็นนี้ในงาน CONNECT by Cointelegraph: Seoul Edition ซึ่งเป็นงานเสวนาระดับผู้บริหารที่จัดควบคู่กับ Korea Blockchain Week 2026 ที่กรุงโซล

ทำไม 4 ตลาดนี้จึงนำหน้า

ทั้ง 4 ตลาดไม่ได้มีจุดแข็งเหมือนกันทั้งหมด สิงคโปร์และฮ่องกงเด่นด้านการแปลงกองทุนเป็นโทเคนสำหรับนักลงทุนสถาบัน รวมถึงการทดลองระบบชำระราคาข้ามพรมแดนและกรอบกำกับดูแลผู้ออก Stablecoin ส่วนญี่ปุ่นมีตลาดโทเคนหลักทรัพย์ (STO) ที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าร่วมได้ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน

ด้านเกาหลีใต้ เน้นไปที่การวางกรอบกฎหมายสำหรับโทเคนหลักทรัพย์ในประเทศ และการทดสอบเงินฝากแบบโทเคนร่วมกับธนาคารกลาง โดยแยกการเก็งกำไรคริปโตรายย่อยออกจากการใช้งานเชิงสถาบันอย่างชัดเจน

Franklin Templeton ลงทุนในเอเชียต่อเนื่อง

Franklin Templeton เป็นผู้บริหารสินทรัพย์ระดับโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ และเริ่มเดินเกม Tokenization มาตั้งแต่ปี 2021 ผ่านกองทุน Franklin OnChain U.S. Government Money Fund ที่บันทึกความเป็นเจ้าของบนบล็อกเชนสาธารณะ

ในปี 2026 บริษัทจับมือกับ DigiFT เมื่อเดือน พ.ค. เพื่อขยายการกระจายผลิตภัณฑ์กองทุนตลาดเงินแบบโทเคนสู่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ในเอเชีย และร่วมมือกับ HashKey เมื่อเดือน ส.ค. เพื่อนำกองทุนแบบโทเคนเข้าจดทะเบียนสำหรับนักลงทุนมืออาชีพ

ช่องว่างที่เอเชียยังต้องปิด

ตลาดอื่นในภูมิภาคที่ยังตามหลัง โดยเฉพาะบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกเหนือจากสิงคโปร์ และเอเชียใต้ ยังขาดนิยามทางกฎหมายที่ชัดเจนระหว่างโทเคนหลักทรัพย์กับคริปโตทั่วไป ซึ่งทำให้สถาบันการเงินลังเลที่จะลงทุนจริงจัง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า HSBC ประกาศชื่อ Stablecoin ดอลลาร์ฮ่องกง RedCoin ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของฮ่องกงในฐานะหนึ่งในตลาดที่นำหน้าด้านนี้ และ KUB Chain จับมือ Tether ขยายการใช้งานคริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคอมเมนต์นี้ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ที่ขยับตลาดได้ทันที แต่ช่วยยืนยันภาพที่หลายคนเห็นอยู่แล้วว่าการแข่งขันเรื่อง Tokenization ในเอเชียเกิดขึ้นที่ระดับกฎหมายและสถาบันการเงินก่อน ไม่ใช่ที่ราคาเหรียญ สำหรับคนไทย ประเด็นที่น่าจับตาคือเราจะขยับตามทันแค่ไหน เพราะถ้ากรอบกำกับดูแลยังไม่ชัด โอกาสที่เงินทุนสถาบันจะมาลงก็ยิ่งห่างออกไป ลองดูว่าในช่วงหลังจากนี้มีประเทศไหนในกลุ่มที่ตามหลังประกาศกรอบกฎหมายใหม่ออกมาบ้าง

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph