bitkub-banner

กรรมการ SEC และ CFTC ว่างถึง 7 ที่นั่งวันศุกร์นี้ เหลือดูแลคริปโตแค่ 3 คน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หลังวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 69 ที่นั่งกรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) จะว่างรวม 7 จาก 10 ที่นั่ง
  • ผู้ที่เหลือดูแลอุตสาหกรรมคริปโตมูลค่า $3 ล้านล้านมีเพียง 3 คน คือ Paul Atkins และ Mark Uyeda ที่ SEC กับ Michael Selig ที่ CFTC ซึ่งเป็นพรรครีพับลิกันทั้งหมด
  • ต้องจับตาว่าทำเนียบขาวจะเสนอชื่อกรรมการใหม่เมื่อไร เพราะร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภาเมื่อ 15 ก.ย. ทำให้การกำกับคริปโตต้องพึ่งการออกกฎของหน่วยงานเอง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

กรรมการที่ลดลงทำให้กำลังการกำกับดูแลและการอนุมัติผลิตภัณฑ์คริปโตชะลอลงได้ และเพิ่มความไม่แน่นอนเรื่องความน่าเชื่อถือทางกฎหมายของกฎที่ออกมา แต่ยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นราคาที่ชัดเจนในระยะสั้น ผลกระทบจึงอยู่ในระดับเบา

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph ที่นั่งกรรมการของ SEC และ CFTC รวม 7 ที่นั่งจะว่างลงหลังวันศุกร์นี้ ทำให้ผู้นำที่เหลืออยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของสหรัฐฯ มีเพียงไม่กี่คนที่ต้องดูแลอุตสาหกรรมคริปโตมูลค่ากว่า $3 ล้านล้าน สาเหตุหลักมาจากการลาออกของ Hester Peirce กรรมการ SEC และหัวหน้าหน่วยงานเฉพาะกิจด้านคริปโตของ SEC ซึ่งมีผลวันที่ 2 ต.ค. 2569

Peirce ลาออก ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ตัวเลขที่ว่างสะสมเพิ่งชัดเจน

ควรชี้แจงว่าการลาออกของ Peirce ไม่ได้เกิดขึ้นวันนี้ เธอประกาศผ่านจดหมายลาออกเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ว่าจะพ้นตำแหน่งวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. เพื่อไปเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ Regent University ในเดือน พ.ย. สิ่งที่รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นคือผลรวมของที่นั่งว่างในสองหน่วยงาน เมื่อ Peirce ไป SEC จะเหลือกรรมการเพียง 2 คน ว่าง 3 ที่นั่ง ส่วน CFTC ว่าง 4 ที่นั่งอยู่แล้ว รวมเป็น 7 จาก 10 ที่นั่งตามกฎหมาย

ทั้งสองหน่วยงานถูกออกแบบให้เป็นคณะกรรมการอิสระ 5 คน โดยไม่มีพรรคใดมีสมาชิกเกิน 3 คน แต่หลังวันศุกร์นี้จะไม่มีกรรมการจากพรรคเดโมแครตนั่งอยู่ทั้งสองหน่วยงานเลย

เก้าอี้ว่างสะสมมานานและยังไม่มีการเสนอชื่อ

ที่ CFTC นั้น Michael Selig เข้ารับตำแหน่งประธานเมื่อ 22 ธ.ค. 2568 และเป็นกรรมการเพียงคนเดียวมาตั้งแต่นั้น หลังจากกรรมการรายอื่นทยอยลาออก ส่วนที่ SEC นั้น Caroline Crenshaw กรรมการพรรคเดโมแครตพ้นตำแหน่งเมื่อ ม.ค. 2569 ทำให้เหลือ Atkins, Peirce และ Uyeda จนถึงตอนนี้

เมื่อ 16 พ.ค. ประธานและสมาชิกระดับสูงของคณะกรรมาธิการเกษตรสภาผู้แทนราษฎรออกจดหมายร่วมสองพรรค เรียกร้องให้ทำเนียบขาวเสนอชื่อกรรมการ CFTC 4 คน แต่ยังไม่มีการส่งชื่อเสนอวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ ทำเนียบขาวและฝ่ายเดโมแครตต่างโทษกันเรื่องการไม่เสนอรายชื่อ

CLARITY Act ตกไป ทำให้ผู้ที่เหลือต้องกำหนดกฎเอง

วุฒิสภาลงมติไม่ผ่านการปิดอภิปรายร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เมื่อ 15 ก.ย. ทำให้การแบ่งอำนาจกำกับคริปโตระหว่าง SEC กับ CFTC ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ผู้ที่เหลืออยู่จึงต้องกำหนดนโยบายผ่านการออกกฎและการตีความของหน่วยงานเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปกครองเตือนว่ากฎที่ออกโดยกรรมการจำนวนน้อยอาจถูกท้าทายภายใต้กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (APA)

อย่างไรก็ตาม การมีกรรมการน้อยไม่ได้แปลว่าหน่วยงานหยุดทำงาน Selig ให้การต่อสภาว่า CFTC จะไม่หยุดการออกกฎ และ SEC ที่เหลือ 2 คนยังครบองค์ประชุมตามกฎการดำเนินงาน ล่าสุดเมื่อ 24 ก.ย. CFTC ออกแนวปฏิบัติให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตนำเงินลูกค้าไปลงทุนในสินทรัพย์โทเคนได้ และเมื่อ 25 ก.ย. SEC ออกแนวปฏิบัติชี้แจงการใช้ Howey Test กับการซื้อโทเคนคืนและใบรับสเตกกิ้ง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวกล่าวโทษพรรคเดโมแครต หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภา และ Hester Peirce ชี้การถือครองคริปโตด้วยตนเองคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเสียงสำคัญที่ผลักดันนโยบายคริปโตในหน่วยงานนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นข่าวร้ายแบบทันที แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ค่อย ๆ สะสม เพราะ Peirce เป็นคนที่ผลักดันแนวทางที่เป็นมิตรกับคริปโตมาตลอด พอเธอไป ก็ยังไม่ชัดว่าใครจะมาสานต่อ ประกอบกับกฎที่ออกโดยกรรมการเสียงข้างน้อยอาจถูกท้าทายในศาลภายหลัง ซึ่งอาจทำให้ผลิตภัณฑ์อย่าง ETF ใหม่ ๆ ล่าช้าหรือมีความไม่แน่นอนทางกฎหมาย สิ่งที่น่าจับตาคือทำเนียบขาวจะเสนอชื่อกรรมการใหม่เมื่อไร และมีใครจากฝั่งเดโมแครตหรือไม่ ถ้ายังนิ่งอยู่แบบนี้ต่อไป ตลาดอาจเริ่มคำนึงถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบมากขึ้น

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI