สรุปข่าว
- OpenAI เปิดเผยว่าพบกลุ่มคนที่เชื่อมโยงกับ Moonshot AI สตาร์ตอัปจากจีนเจ้าของ Kimi พยายามดึงกระบวนการให้เหตุผลภายในของโมเดลที่ถูกซ่อนไว้
- วิธีที่ใช้คือคัดลอกข้อมูลการให้เหตุผลที่เข้ารหัสจากการสนทนาหนึ่ง ไปให้โมเดลในอีกการสนทนาถอดรหัสให้ โดยไม่ได้เจาะระบบเข้ารหัสหรือฐานข้อมูล
- OpenAI ปิดช่องทางดังกล่าวแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม และแชร์ข้อมูลภัยคุกคามกับ Frontier Model Forum รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งในอุตสาหกรรม AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ไม่มีเหรียญคริปโต กระดานเทรด หรือปัจจัยตลาดโดยตรงเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงยังไม่น่าส่งผลต่อราคาคริปโตในระยะสั้น
ตามรายงานจาก Coin Bureau OpenAI ตรวจพบบุคคลที่เชื่อมโยงกับ Moonshot AI ของจีน พยายามคัดลอกกระบวนการให้เหตุผลเบื้องหลังโมเดลของ OpenAI ซึ่งปกติถูกซ่อนไม่ให้ผู้ใช้เห็น โดยผู้ปฏิบัติการคัดลอกข้อมูลการให้เหตุผลที่เข้ารหัสจากการสนทนาหนึ่ง แล้วขอให้โมเดลในอีกการสนทนาถอดรหัสให้ OpenAI เผยแพร่รายงานความปลอดภัยเรื่องนี้เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 และสื่อเทคโนโลยีหลายแห่งนำไปรายงานต่อเมื่อวันที่ 1 ต.ค.
วิธีที่ใช้ไม่ได้เป็นการแฮกระบบเข้ารหัส
OpenAI ยืนยันว่าผู้ปฏิบัติการไม่ได้ถอดรหัสด้วยการเจาะกุญแจเข้ารหัส ไม่ได้เจาะฐานข้อมูล และไม่ได้เข้าถึงบันทึกแชตของผู้ใช้อื่น พวกเขาใช้วิธีหลอกให้โมเดลถอดรหัสข้อมูลของตัวเองออกมาเป็นข้อความที่อ่านได้ ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างด้านพฤติกรรมของระบบ ไม่ใช่การเจาะช่องโหว่ด้านการเข้ารหัส
เป้าหมายของการดึงข้อมูลลักษณะนี้คือเก็บกระบวนการคิดทีละขั้นของโมเดลไปใช้ฝึกหรือเสริมโมเดลคู่แข่ง โดยไม่ต้องแบกต้นทุนการพัฒนาและการปรับด้านความปลอดภัยเอง
ไทม์ไลน์และขอบเขตของปฏิบัติการ
OpenAI เริ่มพบความพยายามดึงข้อมูลแบบอัตโนมัติในปริมาณต่ำตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ก่อนที่กิจกรรมจะพุ่งสูงช่วงวันที่ 24 ถึง 25 ก.ค. โดยบันทึกคำขอกว่า 16,000 ครั้งจากบัญชีผู้ใช้มากกว่า 4,000 บัญชีภายใน 48 ชั่วโมง OpenAI สกัดกั้นปฏิบัติการได้เมื่อวันที่ 28 ก.ค. และพบรูปแบบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีมากกว่า 15,000 บัญชี
อย่างไรก็ตาม OpenAI ระบุว่ายืนยันไม่ได้ว่าผู้ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นหน่วยเดียวกัน และเชื่อมโยงเฉพาะ “กลุ่มแกนหลัก” ของกิจกรรมเข้ากับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Moonshot AI เท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าผู้บริหารของบริษัทสั่งการทั้ง 15,000 บัญชี และกิจกรรมนี้เกิดขึ้นและถูกปิดไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สิ่งที่เพิ่งเปิดเผยคือรายงานและการระบุตัวผู้เกี่ยวข้อง
บริบทการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
OpenAI ปิดช่องทางส่งข้อมูลเข้ารหัสกลับไปมาระหว่างการสนทนา เพิ่มระบบเฝ้าดูข้อมูลขาออก และแชร์ข้อมูลภัยคุกคามกับ Frontier Model Forum รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วนนักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระก็รายงานช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องในช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน โดยรายงานต่อมาระบุว่ายังเห็นรูปแบบคล้ายกันบางส่วนในระบบคลาวด์ของบุคคลที่สาม
เรื่องนี้ต่อยอดจากข้อกล่าวหาก่อนหน้าที่ Anthropic เคยกล่าวหานักพัฒนา AI จีนหลายราย รวมถึง Moonshot AI ว่าดึงข้อมูลจากโมเดล Claude อย่างเป็นระบบ ขณะที่ฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ก็เริ่มมีเสียงเตือนเรื่องมาตรการคว่ำบาตรโมเดลต่างชาติที่ใช้ข้อมูลดึงมาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Moonshot AI ว่า Kimi AI จากจีนทำคะแนนทดสอบเขียนโค้ดชนะ Claude และ ChatGPT และเรื่องการแข่งขันด้านราคาระหว่างค่าย AI ใน OpenAI เล็งหั่นราคาเปิดศึก Anthropic แต่เจอ DeepSeek ตัดหน้าดัมพ์ราคาสู้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นเรื่องของสงครามเทคโนโลยี AI มากกว่าเรื่องคริปโตตรง ๆ ที่น่าสนใจคือวิธีที่ใช้ไม่ได้ซับซ้อนทางเทคนิค แต่ใช้ช่องว่างของระบบที่ต้องส่งข้อมูลกลับให้ผู้ใช้ ซึ่งสะท้อนว่าการปกป้องโมเดลจากการลอกเลียนไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนใครที่ติดตามตลาดคริปโต ผมคิดว่าไม่ต้องตื่นเต้นกับเรื่องนี้ในแง่ราคา แต่ถ้าเริ่มมีมาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดต่อบริษัท AI จีนจริง ก็ควรจับตาผลกระทบต่อกระแสเงินลงทุนในธีม AI ที่บางครั้งโยงมาถึงโทเคนกลุ่ม AI ด้วย
ที่มา: Coin Bureau
ภาพจาก AI

