สรุปข่าว
- ‘แพทริก วิตต์’ ที่ปรึกษาคริปโทฯ ของทรัมป์ ลาออกจากตำแหน่ง หลังสิ้นสุดวาระการปฏิบัติงานชั่วคราว
- นโยบายยังเดินหน้าต่อได้ สหรัฐฯ ยังคงมีนโยบาย Strategic Bitcoin Reserve ที่กำหนดให้เก็บ Bitcoin จากการยึดทรัพย์ไว้เป็นสินทรัพย์สำรองและห้ามขาย
- ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ทำเนียบขาวจะตั้งเจ้าหน้าที่ชุดใหม่หรือปรับโครงสร้างการดูแลนโยบายคริปโทฯ หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
‘แพทริก วิตต์’ ผู้อำนวยการบริหารสภาที่ปรึกษาคริปโทฯ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โบกมือลาตำแหน่ง หลังสิ้นสุดวาระการปฏิบัติงานชั่วคราว ส่งผลให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านคริปโทฯ ที่เป็นที่รู้จักหลงเหลืออยู่ในทีมงานดังกล่าวอีกต่อไป ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์ผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางคริปโทฯ ของโลก ผ่านนโยบายสำคัญอย่าง Strategic Bitcoin Reserve ซึ่งกำหนดให้เก็บ Bitcoin ที่ได้จากการยึดทรัพย์ไว้เป็นสินทรัพย์สำรอง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่า จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ชุดใหม่หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายคริปโทฯ หรือไม่
ทำเนียบขาวไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านคริปโทฯ ที่เป็นที่รู้จักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป หลัง ‘แพทริก วิตต์’ ผู้อำนวยการสภาที่ปรึกษาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สิ้นสุดวาระการปฏิบัติงานชั่วคราว และลาออกจากตำแหน่ง ทิ้งคำถามให้กับทั้งวงการว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเดินหน้าประสานงานด้านนโยบายคริปโทฯ ต่อไปอย่างไร
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า การมอบหมายงานของวิตต์สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมขอบคุณสำหรับการทำงานให้รัฐบาลทรัมป์
วิตต์เป็นอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ถูกส่งมาปฏิบัติงานในที่ปรึกษาคริปโทฯ ของทำเนียบขาว โดยเริ่มจากตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ก่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการบริหารต่อจาก โบ ไฮนส์ ซึ่งลาออกในเดือนสิงหาคม 2025 และต่อมาเข้าร่วมธุรกิจในสหรัฐฯ ของ Tether บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin รายใหญ่
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์กำลังผลักดันเป้าหมายให้สหรัฐฯ กลายเป็น “เมืองหลวงคริปโตของโลก” หนึ่งในนโยบายสำคัญคือ การจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve หรือคลังสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025 ก่อนเผยแพร่คำสั่งบริหารหมายเลข 14233 ในวันที่ 11 มีนาคมปีเดียวกัน
คำสั่งดังกล่าวกำหนดให้ Bitcoin ที่รัฐบาลได้รับจากการยึดทรัพย์ในคดีอาญา หรือคดีแพ่งต้องเก็บไว้เป็นสินทรัพย์สำรองของประเทศและห้ามขาย พร้อมเปิดทางให้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ศึกษาวิธีจัดหา Bitcoin เพิ่มเติมโดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณ
ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries ประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin ราว 328,372 BTC แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกัน เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เปิดเผยข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโทฯ ทั้งหมดอย่างครบถ้วน
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ทำเนียบขาวจะตั้งเจ้าหน้าที่ชุดใหม่หรือปรับโครงสร้างทีมสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ การออกจากตำแหน่งของวิตต์จึงไม่ได้หมายความว่านโยบายคริปโทฯ ของทรัมป์จะยุติลง แต่ทำให้ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่านทีมงานชุดใดต่อไป
ที่มา:thestreet
มุมมองผู้เขียน: การลาออกจากตำแหน่งของที่ปรึกษาคริปโทฯ ของทำเนียบขาว ยังไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเปลี่ยนทิศทางนโยบายคริปโทฯ สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้คือ การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบคนใหม่ ความคืบหน้าของ Strategic Bitcoin Reserve และแผนจัดหา Bitcoin เพิ่มเติมของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะความชัดเจนของนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว

