สรุปข่าว
- JPMorgan ระบุว่ามาตรการล่าสุดของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ช่วยชดเชยความล้มเหลวของ CLARITY Act ได้บางส่วน
- JPMorgan เตือนว่าคริปโตกำลังเผชิญกฎระเบียบแบบปะติดปะต่อ ซึ่งอาจถูกพลิกกลับภายใน 2 ปี หากพรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้งและครองทำเนียบขาว
- สิ่งที่ต้องจับตาคือทิศทางนโยบายของ SEC และ CFTC รวมถึงโอกาสที่รัฐสภาจะกลับมาผลักดันกฎหมายตลาดคริปโตอีกครั้ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้เป็นบทวิเคราะห์ด้านความเสี่ยงเชิงนโยบายมากกว่าเหตุการณ์ที่กระทบราคาโดยตรง มาตรการของหน่วยงานกำกับดูแลช่วยลดความไม่แน่นอนได้บางส่วน แต่ความเสี่ยงที่กฎเกณฑ์อาจถูกพลิกกลับในอนาคตก็ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจได้เต็มที่
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2569 เวลา 20:48 น. ตามรายงานจาก CoinDesk JPMorgan ระบุว่ามาตรการล่าสุดของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ช่วยชดเชยความล้มเหลวของ CLARITY Act ได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ธนาคารเตือนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเผชิญกับกฎระเบียบที่มาจากหลายหน่วยงานแบบปะติดปะต่อ และอาจถูกพลิกกลับภายใน 2 ปี หากพรรคเดโมแครตกลับมาคุมทำเนียบขาว

กฎแบบปะติดปะต่อ จุดอ่อนที่ JPMorgan ชี้
CLARITY Act เป็นร่างกฎหมายที่หวังจะวางกรอบกำกับดูแลตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ให้ชัดเจน เมื่อร่างนี้ไม่ผ่าน อุตสาหกรรมจึงต้องพึ่งการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลเป็นหลัก ทั้ง SEC และ CFTC ซึ่งแม้จะออกมาตรการมาเติมช่องว่างได้บางส่วน แต่ก็ไม่มีน้ำหนักเท่ากฎหมายที่ผ่านรัฐสภา
ประเด็นที่ JPMorgan กังวลคือความไม่ต่อเนื่อง เพราะมาตรการของหน่วยงานกำกับดูแลเปลี่ยนไปตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุดได้ง่ายกว่ากฎหมายมาก หากเปลี่ยนรัฐบาล ทิศทางของ SEC และ CFTC ก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย
ความเสี่ยงทางการเมืองหลังการเลือกตั้งรอบหน้า
การที่ JPMorgan ยกประเด็นการกลับมาของพรรคเดโมแครตขึ้นมา สะท้อนว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่ตลาดคริปโตได้รับในช่วงนี้ยังไม่ถาวร นักลงทุนสถาบันที่ต้องวางแผนระยะยาวจึงต้องนำความเสี่ยงด้านนโยบายนี้มาคำนวณด้วย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Jamie Dimon ลั่นแบงก์ไม่รับ CLARITY Act ฉบับปัจจุบัน ขัดแย้ง Coinbase หนัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีแรงเสียดทานจากฝั่งธนาคารมาตลอด และล่าสุด CFTC เปิดร่างกรอบกำกับดูแลคริปโตฉบับแรก ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่หน่วยงานกำกับดูแลพยายามเติมช่องว่างนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อเตือนของ JPMorgan ตรงจุดดี เพราะกฎที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลกับกฎหมายที่ผ่านรัฐสภา ความมั่นคงต่างกันมาก ตอนนี้ตลาดอาจรู้สึกสบายใจขึ้นจากมาตรการของ SEC และ CFTC แต่ถ้าฐานทางกฎหมายยังไม่แน่น ความเสี่ยงที่ทุกอย่างจะถูกรื้อใหม่ก็ยังอยู่ ทางที่ดีคือติดตามว่ารัฐสภาจะกลับมาผลักดันกฎหมายตลาดคริปโตอีกครั้งหรือไม่ และท่าทีของแต่ละพรรคก่อนการเลือกตั้งรอบหน้า
ที่มา: @CoinDesk
ภาพจาก AI

