bitkub-banner

เกาหลีใต้เตรียมยกระดับ Stablecoin เป็นเครื่องมือชำระเงินตามกฎหมาย เดินหน้าแก้กฎหมายในปีนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เตรียมผลักดันการแก้ไขกฎหมาย Foreign Exchange Transactions Act เพื่อกำหนดให้ Stablecoin เป็นเครื่องมือชำระเงินภายใต้กฎหมายควบคุมธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
  • วันที่ 3 ธันวาคม 2026 เป็นวันที่กฎหมายแก้ไขเกี่ยวกับการติดตามและรายงานธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนเริ่มมีผล ไม่ใช่วันที่ Stablecoin ได้รับสถานะเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้อย่างเป็นทางการในเกาหลีใต้
  • การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยวางกรอบกำกับดูแลการใช้ Stablecoin ในการชำระเงินระหว่างประเทศ แต่ก็เพิ่มการติดตามธุรกรรมและข้อกำหนดการรายงานสำหรับผู้ให้บริการด้วย 

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่เกาหลีใต้เดินหน้าจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับ Stablecoin ถือเป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงิน โดยเฉพาะการชำระเงินและการโอนเงินข้ามประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคา Bitcoin และ Altcoin ยังจำกัด เพราะมาตรการนี้มุ่งกำกับดูแล Stablecoin และธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ไม่ใช่การเปิดให้ซื้อขายคริปโตได้อย่างเสรีมากขึ้นโดยตรง

ธนาคารกลางเกาหลีใต้กำลังประสานงานกับรัฐบาลเพื่อจัดทำร่างแก้ไขกฎหมาย Foreign Exchange Transactions Act โดยมีเป้าหมายให้ Stablecoin เช่น เหรียญที่ผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐ สามารถถูกจัดประเภทเป็น “เครื่องมือชำระเงิน” ภายใต้กฎหมายควบคุมธุรกรรมเงินตราต่างประเทศได้อย่างชัดเจน

รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ระบุว่า ธนาคารกลางต้องการจัดทำร่างกฎหมายร่วมกับรัฐบาลภายในปีนี้ เพื่อให้การโอนและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้ Stablecoin เป็นเครื่องมือชำระเงินตามกฎหมายไม่ได้หมายความว่าเกาหลีใต้จะรับรอง Stablecoin ทุกประเภทให้ใช้แทนเงินวอนได้ทันที แต่เป็นการนำสินทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินและการเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศ

ทำไมวันที่ 3 ธันวาคมจึงสำคัญ?

วันที่ 3 ธันวาคม 2026 เป็นวันที่การแก้ไขกฎหมาย Foreign Exchange Transactions Act ซึ่งประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา จะเริ่มมีผล โดยส่วนสำคัญคือการกำหนดกรอบสำหรับธุรกิจที่ดำเนินการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามประเทศ และการรายงานธุรกรรมที่เกี่ยวข้องต่อหน่วยงานกำกับดูแล 

ภายใต้กรอบดังกล่าว ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างเกาหลีใต้กับต่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการขึ้นทะเบียนและการรายงานตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงกฎควบคุมเงินตราต่างประเทศและป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย

ดังนั้น วันที่ 3 ธันวาคมจึงไม่ใช่กำหนดการที่ยืนยันว่า Stablecoin จะกลายเป็นวิธีชำระเงินที่ได้รับการรับรองอย่างสมบูรณ์ในวันนั้น เพราะการแก้ไขกฎหมายเพื่อจัดประเภท Stablecoin เป็นเครื่องมือชำระเงินยังอยู่ในกระบวนการจัดทำ

เกาหลีใต้ต้องการควบคุมการโอน Stablecoin ข้ามประเทศมากขึ้น

หนึ่งในความกังวลของธนาคารกลางเกาหลีใต้คือ Stablecoin ที่ผูกกับเงินดอลลาร์สามารถเคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านระบบธนาคารแบบดั้งเดิมทุกครั้ง ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลอาจตรวจสอบธุรกรรมและติดตามเงินทุนได้ยากขึ้น

ธนาคารกลางจึงต้องการสร้างระบบติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามประเทศให้ใกล้เคียงกับระบบรายงานการโอนเงินตราต่างประเทศทั่วไป พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงกฎควบคุมเงินทุน 

ในอีกด้านหนึ่ง เกาหลีใต้กำลังพัฒนากฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับครอบคลุม หรือ Digital Asset Basic Act ซึ่งมีเป้าหมายกำหนดกรอบการออก Stablecoin การประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง

หากกฎหมายเหล่านี้เดินหน้าต่อได้สำเร็จ ก็อาจช่วยให้ธนาคาร บริษัทชำระเงิน และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถพัฒนาบริการ Stablecoin ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการก็ต้องรับภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นด้วย


ผู้เขียนมองว่า ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้เป็นพัฒนาการสำคัญต่อการนำ Stablecoin เข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม แต่ควรมองให้ถูกประเด็นว่า รัฐบาลกำลังพยายามสร้างกรอบกฎหมายและเพิ่มการตรวจสอบธุรกรรม ไม่ใช่เปิดเสรีให้ใช้ Stablecoin ได้ทุกกรณีทันที หากกฎหมายฉบับใหม่กำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการและขอบเขตการชำระเงินได้ชัดเจน ก็อาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ธุรกิจและผู้ใช้งานในระยะยาว ส่วนผลต่อราคา Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมยังต้องรอดูการนำไปใช้จริงและรายละเอียดของกฎเกณฑ์ในขั้นต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง