bitkub-banner

เดโมแครตหารือร่างกฎหมายคริปโตใหม่ เพิ่มอำนาจ SEC และลดอำนาจ CFTC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตกำลังหารือร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับขยาย ที่จะให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) มีอำนาจกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น และจำกัดอำนาจของ CFTC
  • ข้อเสนอที่กำลังหารือนำเนื้อหาบางส่วนจากร่างกฎหมายของ Maxine Waters มาใช้ และมีข้อกำหนดด้านจริยธรรมห้ามประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางมีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจคริปโตเอกชน
  • เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นหารือเบื้องต้นก่อนที่สภาคองเกรสชุดใหม่จะเปิดประชุมในเดือนมกราคม 2570 จึงต้องจับตาว่าร่างฉบับจริงจะออกมาหน้าตาอย่างไร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

แนวทางที่ให้ SEC คุมตลาดมากขึ้นสวนทางกับร่างกฎหมายที่อุตสาหกรรมคริปโตต้องการ ซึ่งให้ CFTC เป็นหน่วยงานหลัก จึงอาจสร้างความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังเป็นเพียงการหารือในขั้นต้น ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงน่าจะจำกัด

เมื่อเวลา 01:19 น. ของวันที่ 5 พ.ย. ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Crypto Rover สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตมีรายงานว่ากำลังหารือร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโตฉบับใหม่ ซึ่งจะให้ SEC มีอำนาจเหนือตลาดคริปโตมากขึ้น และจำกัดอำนาจของ CFTC จากข้อมูลที่ตรวจสอบเพิ่มเติม ต้นทางของข่าวนี้มาจากรายงานของ Eleanor Terrett นักข่าวคริปโตของ Fox Business ซึ่งอ้างผู้แทนจากอุตสาหกรรมคริปโต 3 รายที่คุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดโมแครตในสภาคองเกรส

เนื้อหาที่ถูกพูดถึงในร่างฉบับขยาย

ข้อเสนอที่อยู่ระหว่างหารือมีเป้าหมายสำหรับสภาคองเกรสชุดที่ 120 ซึ่งจะเริ่มทำงานในเดือนมกราคม 2570 โดยมีรายงานว่านำเนื้อหาบางส่วนจากร่าง Crypto Investor and Consumer Rights Act ของ Maxine Waters ส.ส.พรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย รวมถึงบางส่วนจากร่างโครงสร้างตลาดฉบับก่อนหน้า และข้อประนีประนอมที่เคยหารือกันก่อนการลงมติขั้นตอนในวุฒิสภาเมื่อเดือนกันยายน

อีกประเด็นสำคัญคือข้อกำหนดด้านจริยธรรม ที่มุ่งห้ามประธานาธิบดี Donald Trump และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางรายอื่นเข้าร่วมหรือแสวงหากำไรจากธุรกิจคริปโตเอกชน เช่น World Liberty Financial ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่ทำให้ร่าง CLARITY Act ติดขัดในวุฒิสภาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ย้อนทิศทางจากร่างที่อุตสาหกรรมต้องการ

ร่าง CLARITY Act ที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ให้ CFTC เป็นผู้กำกับตลาดสปอตเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่อุตสาหกรรมคริปโตและสมาชิกพรรครีพับลิกันสนับสนุน เพราะมองว่า CFTC เข้มงวดน้อยกว่า SEC หากพรรคเดโมแครตผลักดันให้อำนาจกลับไปอยู่ที่ SEC ก็เท่ากับเปลี่ยนทิศทางของกรอบกฎหมายที่อุตสาหกรรมต้องการ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าทำเนียบขาวกล่าวโทษพรรคเดโมแครต หลังร่าง CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภา โดยการลงมติปิดอภิปรายพลาดไปเพียงหนึ่งเสียง ที่ 49 ต่อ 50 ขณะที่ต้องใช้ 60 เสียง

ผลเลือกตั้งกลางเทอมคือตัวเร่ง

จุดที่โพสต์ต้นทางไม่ได้พูดถึงคือบริบททางการเมือง ผลการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ทำให้พรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากทั้งสองสภา และ Maxine Waters มีโอกาสกลับมานั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสภาชุดใหม่เริ่มทำงานในวันที่ 3 ม.ค. 2570 ซึ่งหมายความว่าเธอจะมีอำนาจคัดกรองว่าร่างกฎหมายการเงินฉบับใดจะขึ้นสู่การพิจารณาของสภา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สภาคองเกรสชุดปัจจุบันยังอยู่ภายใต้การนำของพรรครีพับลิกันจนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2570 ข้อเสนอของฝั่งเดโมแครตจึงไม่สามารถยื่นหรือเดินหน้าอย่างเป็นทางการได้ในตอนนี้ และโพสต์ที่ระบุว่ากำลัง “หารือ” ร่างกฎหมายไม่ได้แปลว่ามีร่างที่ยื่นเข้าสภาแล้ว


ส่วนตัวผมมองว่าข่าวนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตระหนก เพราะเป็นแค่การคุยกันในหมู่เจ้าหน้าที่ ยังไม่มีร่างจริงออกมาให้ดู และกว่าจะผ่านทั้งสองสภาก็ต้องผ่านด่านการเมืองอีกหลายชั้น แต่สิ่งที่น่าคิดคือทิศทางที่ชัดขึ้นว่าเมื่อเดโมแครตคุมสภา เรื่องการให้ SEC มีบทบาทมากขึ้นกับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจะถูกหยิบมาเป็นประเด็นหลัก สิ่งที่ควรจับตาต่อคือท่าทีของ Maxine Waters หลังรับตำแหน่ง และปฏิกิริยาของอุตสาหกรรมคริปโตที่เคยหนุนแนวทางให้ CFTC เป็นหน่วยงานหลัก

ที่มา: @cryptorover

ภาพจาก AI