สรุปข่าว
- Arthur Hayes อดีตซีอีโอ BitMEX โพสต์ว่า “Let the AI bailouts begin!” หลังไต้หวันประกาศมาตรการพยุงตลาดหุ้น ทั้งการคุมการขายชอร์ตและการเตรียมใช้กองทุนเสถียรภาพ NT$5 แสนล้าน
- ดัชนี Taiex ปรับตัวลงแรงสุดในรอบสัปดาห์ตั้งแต่ปี 2001 จากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่นำโดย TSMC โดยมาตรการคุมการ Short มีผลวันที่ 9 พ.ย.
- สิ่งที่ต้องจับตาคือการตอบรับของตลาดหลังมาตรการมีผล รวมถึงเกาหลีใต้ที่ออกมาตรการหนุนตลาดในลักษณะใกล้เคียงกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ตลาดหุ้นเอเชียที่ถูกเทขายสะท้อนความเสี่ยงของสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มาตรการพยุงตลาดของรัฐบาลคือสิ่งที่ Hayes มองว่าเป็นสัญญาณของสภาพคล่องรอบใหม่ ซึ่งยังเป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคลและยังไม่เห็นผลต่อราคาคริปโตโดยตรง
ตามรายงานจาก Cointelegraph Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX โพสต์บน X ว่า “Let the AI bailouts begin!” หรือ “ให้การอุ้ม AI เริ่มต้นได้เลย” ภายหลังไต้หวันประกาศมาตรการพยุงตลาดหุ้นและจำกัดการขายชอร์ต โดยมาตรการคุมการ Short จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. ขณะที่ดัชนี Taiex เพิ่งปิดสัปดาห์ด้วยการลดลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงบ่ายของวันที่ 6 พ.ย. ตามเวลาไทย และเป็นการสะท้อนความตึงเครียดในตลาดหุ้นเอเชียที่ผูกกับกระแส AI อย่างใกล้ชิด
มาตรการของไต้หวันคืออะไร
จากข้อมูลที่ตรวจสอบเพิ่มเติม ดัชนี TAIEX ร่วงลงสูงสุดราว 9% ระหว่างวัน จนเข้าสู่ภาวะตลาดขาลง โดยมีแรงกดดันหลักจากการเทขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะ TSMC ซึ่งมีน้ำหนักในดัชนีมากกว่า 30% ทำให้ตลาดไต้หวันได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าปกติ
คณะกรรมการกำกับดูแลภาคการเงินของไต้หวัน (FSC) ประกาศมาตรการฉุกเฉินจำกัดการขายชอร์ต โดยคำสั่งขายชอร์ตระหว่างวันที่ใช้หลักทรัพย์ยืมถูกจำกัดไว้ที่ 3% ของปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 30 วันของหุ้นนั้น จากเดิม 30% และเพิ่มหลักประกันขั้นต่ำสำหรับการ Short จาก 90% เป็น 130% ส่วนกระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่าพร้อมใช้กองทุนเสถียรภาพทางการเงินแห่งชาติวงเงิน NT$5 แสนล้าน หรือราว $1.5 หมื่นล้าน เพื่อรับมือเงินทุนต่างชาติไหลออก
ควรชี้แจงว่ากองทุนวงเงิน NT$5 แสนล้านไม่ใช่กองทุนใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นวันนี้ แต่เป็นกลไกถาวรตามกฎหมายของไต้หวันอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำคือส่งสัญญาณว่าพร้อมนำกองทุนมาใช้งานจริง
ทำไม Hayes มองว่าเป็น “AI bailout”
Hayes เคยพูดถึงประเด็นนี้มาก่อนหน้า โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ในงาน Gamma Prime Investing Conference ที่สิงคโปร์ เขากล่าวว่าภาคเทคโนโลยีกำลังใช้เงินหลายล้านล้านดอลลาร์ไปกับศูนย์ข้อมูล AI และการลงทุนเกินตัวในอดีตมักจบด้วยการล่มสลายและการอุ้ม ซึ่งเขาเชื่อว่าจะนำสภาพคล่องจำนวนมากเข้าสู่ระบบการเงินและเป็นผลดีต่อ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม มาตรการของไต้หวันเป็นการรักษาเสถียรภาพของตลาดหุ้นทั้งกระดาน ไม่ได้เป็นการอัดฉีดเงินให้บริษัท AI รายใดโดยเฉพาะ การใช้คำว่า “AI bailout” จึงเป็นการตีความเชิงมุมมองของ Hayes มากกว่าลักษณะของมาตรการที่เกิดขึ้นจริง
เกาหลีใต้เดินเกมคล้ายกัน
ในวันเดียวกัน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงสูงสุดราว 8.8% จากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีชุดเดียวกัน ทางการเกาหลีจึงประกาศผ่อนปรนข้อกำหนดหลักประกันเงินกู้ซื้อหุ้นที่ระดับ 140% ชั่วคราว 3 เดือน เริ่มวันที่ 9 พ.ย. สะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลในเอเชียเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ผู้คนบน Polymarket แห่แทงว่าฟองสบู่ AI จะแตกพุ่งเป็น 27% หลังหุ้นเทคร่วงหนัก ซึ่งสอดคล้องกับบรรยากาศความกังวลต่อหุ้นกลุ่ม AI ที่ลามไปหลายตลาดในช่วงนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคอมเมนต์ของ Hayes เป็นการเชื่อมข่าวเข้ากับทฤษฎีที่เขาเชื่อมาตลอด คือเมื่อรัฐบาลพยุงตลาดก็จะมีสภาพคล่องเพิ่มและเอื้อต่อสินทรัพย์อย่าง Bitcoin แต่ในความเป็นจริง ไต้หวันแค่ส่งสัญญาณพร้อมใช้กองทุนที่มีอยู่เดิม และตอนนี้ราคาคริปโตก็ยังไม่ได้ขยับแรงตามข่าวนี้ สิ่งที่น่าติดตามคือหลังวันที่ 9 พ.ย. ตลาดไต้หวันและเกาหลีจะนิ่งขึ้นจริงไหม และเม็ดเงินต่างชาติจะยังไหลออกต่อหรือไม่ ซึ่งคือตัวชี้วัดว่าแรงขายหุ้น AI จบแล้วหรือยัง
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

