bitkub-banner

FinCEN เผยรายละเอียดคำสั่งแบน MEXC พบธุรกรรมโยง Garantex และธนาคารกลางอิหร่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • FinCEN ออกคำสั่งห้ามสถาบันการเงินสหรัฐฯ โอนเงินไปหรือมาจาก MEXC Global ภายใต้โครงการ Operation Economic Outcast โดยมีผลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ 30 วัน
  • FinCEN ระบุว่า MEXC เกี่ยวข้องกับธุรกรรมผิดกฎหมายอย่างน้อย 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วงพฤษภาคม 2021 ถึงพฤษภาคม 2026 แบ่งเป็นธุรกรรมโยงรัสเซียราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ และธุรกรรมตรงกับกระดานเทรดอิหร่านราว 1 พันล้านดอลลาร์
  • ต้องจับตาการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และท่าทีของ MEXC รวมถึงมาตรการกับกระดานเทรดอื่นที่อาจถูกตรวจสอบต่อ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

มาตรการนี้เป็นการเอาจริงของทางการสหรัฐฯ กับกระดานเทรดขนาดใหญ่ ทำให้ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบของตลาดคริปโตเพิ่มขึ้น และอาจสร้างความกังวลเรื่องการถอนเงินของผู้ใช้ MEXC แต่คำสั่งยังมีช่วงเวลาปรับตัว 30 วัน ผลกระทบจึงอาจไม่เกิดขึ้นทันที

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (FinCEN) ออกคำสั่งห้ามสถาบันการเงินสหรัฐฯ ที่อยู่ในขอบข่ายประมวลผลการโอนเงินไปหรือมาจาก MEXC Global กระดานเทรดคริปโตที่จดทะเบียนในเซเชลส์ ตามรายงานจาก Coin Bureau และ Cointelegraph เมื่อเวลาประมาณ 03:47 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ตามเวลาไทย FinCEN ระบุว่า MEXC เกี่ยวข้องกับธุรกรรมผิดกฎหมายอย่างน้อย 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งโยงกับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของอิหร่าน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ ระหว่างพฤษภาคม 2021 ถึงพฤษภาคม 2026 ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องนี้ไว้แล้ว อ่านข่าวเดิม บทความนี้จึงเจาะรายละเอียดใหม่ของคำสั่ง

คำสั่งนี้ไม่ได้มีผลทันที

แม้พาดหัวบางแห่งจะใช้คำว่า MEXC “ถูกตัดขาด” จากระบบการเงินสหรัฐฯ แล้ว แต่รายละเอียดคำสั่งระบุว่าจะมีผลบังคับ 30 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับสถาบันการเงินมีเวลาปรับตัวระยะหนึ่ง นอกจากนี้ มาตรการนี้ออกภายใต้มาตรา 9714(a) ของกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินรัสเซีย เป็นการห้ามสถาบันการเงินสหรัฐฯ รับส่งเงินกับ MEXC และที่อยู่กระเป๋าคริปโตที่ MEXC บริหาร ไม่ใช่การขึ้นบัญชีคว่ำบาตรของ OFAC ครอบคลุมทุกบุคคลที่เกี่ยวข้อง

Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่าสถาบันการเงินต้องเลือกระหว่างการรักษาสิทธิ์เข้าถึงระบบการเงินสหรัฐฯ กับการเอื้อให้ระบอบอิหร่านและผู้กระทำผิดรายอื่นเข้าถึงระบบ

ตัวเลขธุรกรรมโยงรัสเซียและอิหร่าน

จากข้อมูลที่ FinCEN เปิดเผย ธุรกรรมที่โยงกับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียมีมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงธุรกรรมโดยตรงกับหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอังกฤษราว 232 ล้านดอลลาร์ FinCEN ระบุว่า MEXC ประมวลผลธุรกรรมกับ Garantex กระดานเทรดรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร และ Grinex ซึ่งเป็นผู้สืบทอด ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 อีกทั้งช่วยเหลือเครือข่าย A7 ที่โยงกับรัสเซียอย่างน้อย 26 ล้านดอลลาร์ และธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Stablecoin A7A5 ราว 200 ล้านดอลลาร์

ฝั่งอิหร่าน MEXC โอนเงินโดยตรงกับกระดานเทรดคริปโตของอิหร่านกว่า 40 แห่ง รวมราว 1 พันล้านดอลลาร์ และมีเงินราว 22 ล้านดอลลาร์ที่ส่งตรงถึงหน่วยงานรัฐที่ถูกคว่ำบาตร อาทิ ธนาคารกลางอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) FinCEN ยังชี้ว่า แม้ข้อกำหนดการใช้งานของ MEXC จะห้ามผู้ใช้จากอิหร่านและเกาหลีเหนือ แต่ระบบป้องกันการฟอกเงินและยืนยันตัวตนที่บกพร่อง ทำให้ผู้ที่ถูกคว่ำบาตรเข้าถึงบริการได้โดยตรง

Operation Economic Outcast และรางวัลผู้แจ้งเบาะแส

คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Operation Economic Outcast ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ใช้กับเครือข่าย A7 และเครือข่ายไอทีลับของรัสเซียและเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ FinCEN ระบุว่าผู้ที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่มีค่าปรับเกิน 1 ล้านดอลลาร์ อาจมีสิทธิ์ได้รับรางวัลตามโครงการผู้แจ้งเบาะแสของหน่วยงาน

MEXC ก่อตั้งเมื่อปี 2018 และเติบโตเป็นหนึ่งในกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุด 20 อันดับแรกของโลก มีสินทรัพย์สำรองราว 5 พันล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายต่อวันเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ และรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 3,000 รายการ


ส่วนตัวผมมองว่าข่าวนี้ต้องแยกเรื่อง “พาดหัวที่แรง” ออกจาก “ผลจริงที่จะเกิด” เพราะคำสั่งยังมีเวลาปรับตัว 30 วัน และเป็นการห้ามสถาบันการเงินสหรัฐฯ ไม่ใช่การปิดกิจการ MEXC ทันที สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลข 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ กับรายละเอียดเรื่อง Garantex และธนาคารกลางอิหร่าน แสดงว่าทางการสหรัฐฯ ลงลึกถึงระดับกระเป๋าและคู่ค้าแล้ว กระดานเทรดที่ KYC หละหลวมจึงควรระวังตัว สำหรับผู้ใช้ MEXC ก็ควรติดตามประกาศของกระดานเทรดและราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ ว่ากำหนดมีผลจริงเมื่อไหร่ และมีช่องทางถอนเงินอย่างไร

ที่มา: Coin Bureau, Cointelegraph

ภาพจาก AI