ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่ “ไม่ตรงกัน” อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อดัชนีเงินเฟ้อแบบเรียลไทม์จาก Truflation ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่เพียง 1.56% ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) หรือ CPI ยังคงรายงานอยู่ที่ 2.7%
ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนปัญหาสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “ความล่าช้าของข้อมูล” ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed
CPI ทางการ vs เงินเฟ้อแบบ Real-Time
ปัจจุบัน ตลาดใช้อ้างอิงข้อมูลเงินเฟ้อจาก 2 แหล่งหลัก คือ ตัวเลข CPI ของ BLS ซึ่งเป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่สะท้อนสถานการณ์ของ “เดือนที่ผ่านมา” และอีกแหล่งก็คือ ตัวเลข Truflation ซึ่งใช้ข้อมูลราคาจริงแบบ Real-Time สะท้อนเงินเฟ้อ “ในปัจจุบัน” โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า
- ตัวเลข CPI ทางการของ BLS: 2.7%
- เงินเฟ้อแบบ Real-time (Truflation): ประมาณ 1.56–1.57%
หมายความว่า อัตราเงินเฟ้อจริงในระบบเศรษฐกิจอาจต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed ไปแล้วเรียบร้อย แม้ตัวเลขทางการจะยังบอกว่า “เงินเฟ้อยังสูงเกินไป”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Truflation ส่งสัญญาณล่วงหน้า
ย้อนกลับไปในปี 2021 ขณะที่ CPI ของ BLS ยังเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 3-4%
Truflation กลับออกมาเตือนว่าเงินเฟ้อแท้จริงสูงกว่าที่ตลาดคาดอย่างมาก
และไม่กี่เดือนถัดมา CPI ทางการก็พุ่งทะลุ 8%
ผลลัพธ์คือ FED ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรง พร้อมเริ่มนโยบายดูดสภาพคล่อง (QT)
ครั้งนี้ สถานการณ์กำลังกลับด้าน
ปัจจุบัน Truflation ชี้ชัดว่าเงินเฟ้อกำลัง “ลดลงอย่างรวดเร็ว” และเข้าใกล้ระดับ 1.5%
ซึ่งบ่งชี้ว่า CPI ทางการของ BLS มีแนวโน้มจะปรับลงมาใกล้ 2% หรืออาจต่ำกว่านั้น ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะในขณะที่ FED ยังส่งสัญญาณว่าต้อง “คุมเงินเฟ้อ” ข้อมูลแบบ Real-Time กลับบอกว่า การต่อสู้กับเงินเฟ้ออาจสิ้นสุดลงแล้ว

