<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ความจริงสุดช็อก! วิจัยเผย “ภาษีทรัมป์” 96% คนอเมริกันรับเคราะห์จ่ายเอง ต่างชาติเจ็บตัวแค่ 4%

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

(29 ม.ค. 2026) – กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในโลกโซเชียล เมื่อ Crypto Rover อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังได้แชร์ข้อมูลสุดช็อกที่ทำเอาชาวอเมริกันต้องกุมขมับ โดยอ้างอิงผลการศึกษาล่าสุดจาก Kiel Institute ประจำเดือนมกราคม 2026 ที่ระบุว่า ต้นทุนจากนโยบายกำแพงภาษี (Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น แท้จริงแล้วตกเป็นภาระของ “ผู้บริโภคชาวอเมริกัน” สูงถึง 96% ในขณะที่ผู้ส่งออกต่างชาติแบกรับภาระนี้ไว้เพียงแค่ 4% เท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่มักบอกว่า “ต่างชาติจะเป็นคนจ่ายภาษีนี้” อย่างสิ้นเชิง

รายงานดังกล่าววิเคราะห์ข้อมูลการค้าระหว่างปี 2018-2024 และพบว่ากลไกที่เกิดขึ้นจริงคือ ผู้นำเข้าสินค้า (Importers) จะเป็นผู้ชำระภาษีในด่านแรก แต่แทนที่ผู้ส่งออกต่างชาติจะยอมลดราคาสินค้าลงเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ พวกเขากลับลดราคาลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้ผู้นำเข้าต้องผลักภาระต้นทุนส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นไปให้กับผู้บริโภคปลายทางผ่านราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยการศึกษายังชี้ว่ามาตรการนี้ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าลดลงถึง 30% แต่ก็ไม่ได้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สหรัฐฯ ได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นนี้ได้จุดชนวนการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “Economic Patriotism” หรือความรักชาติทางเศรษฐกิจ ว่าแท้จริงแล้วมันคือการสร้างภาวะเงินเฟ้อด้วยมือตัวเอง (Self-imposed inflation) หรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เงินที่จ่ายเป็นค่าภาษีนั้นก็ล้วนออกมาจากกระเป๋าของคนอเมริกันเองทั้งสิ้น ไม่ใช่เงินจากประเทศคู่ขัดแย้งอย่างที่รัฐบาลพยายามสร้างภาพจำไว้

ที่มา: @cryptorover