สรุปข่าว
- JPMorgan ยอมรับในศาลว่าปิดบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจของ Trump ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 หลังเหตุการณ์บุก Capitol
- Trump ฟ้อง JPMorgan เป็นเงิน $5,000 ล้าน โดยอ้างว่าการปิดบัญชีเป็นไปด้วยแรงจูงใจทางการเมือง
- เรื่องนี้เป็นประเด็นทางกฎหมายระหว่าง Trump กับ JPMorgan ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายคริปโตหรือตลาด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องทางกฎหมายย้อนหลังไปเมื่อปี 2021 ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการกำกับดูแลหรือกฎหมายใหม่ ๆ ที่จะส่งผลต่อคริปโตในปัจจุบัน
JPMorgan Chase ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยอมรับในศาลแล้วว่าได้ปิดบัญชีธนาคารส่วนตัวและบัญชีธุรกิจของ Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 หลังจากเหตุการณ์กลุ่มผู้สนับสนุนบุกตึก Capitol ตามรายงานจาก Coin Bureau เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2568 การยอมรับครั้งนี้เกิดขึ้นในคดีความที่ Trump ฟ้องธนาคารเป็นเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าการปิดบัญชีเป็นไปด้วยแรงจูงใจทางการเมือง
รายละเอียดคดีความระหว่าง Trump กับ JPMorgan
คดีความนี้มีต้นกำเนิดจากการที่ JPMorgan ตัดสินใจปิดบัญชีของ Trump ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองสูงสุดหลังเหตุการณ์ที่ตึก Capitol เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 Trump กล่าวหาว่าธนาคารใช้อำนาจในทางที่ผิดและมีอคติทางการเมือง โดยอ้างว่าการปิดบัญชีเป็นการลงโทษที่ไม่เป็นธรรม
JPMorgan ยืนยันในเอกสารศาลว่าได้ปิดบัญชีทั้งส่วนตัวและธุรกิจของ Trump จริง แต่ยังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลโดยละเอียดว่าเป็นไปตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงของธนาคารหรือมีเหตุผลอื่น คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลและมีมูลค่าคำฟ้องสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดคริปโตหรือนโยบายการกำกับดูแล แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสถาบันการเงินขนาดใหญ่กับบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมือง เรื่องนี้เป็นประเด็นทางกฎหมายล้วน ๆ ระหว่างสองฝ่าย
สำหรับตลาดคริปโต ข่าวนี้ไม่มีผลกระทบในเชิงนโยบายหรือการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ย้อนหลังไปเมื่อปี 2021 และไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือนโยบายใหม่ ๆ ที่ส่งผลต่อคริปโตในปัจจุบัน
ส่วนตัวผมมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารกับลูกค้า แต่สำหรับคนที่สนใจคริปโต มันไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรที่ชัดเจนเลย เป็นแค่คดีความทางแพ่งธรรมดาที่จะต้องรอผลจากศาล ไม่มีนโยบายหรือกฎหมายใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงตลาด ถ้าจะให้จับตาอะไร ก็คงเป็นว่าศาลจะตัดสินยังไง และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรบ้างในระหว่างการพิจารณาคดี แต่สำหรับการเทรดหรือลงทุนคริปโต ข่าวนี้ไม่ได้มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ราคาขยับ

