สรุปข่าว
- World Liberty Financial (WLFI) ยื่นข้อเสนอใหม่ “WLFI Governance Staking System” บังคับผู้ถือเหรียญแบบปลดล็อกต้องนำเหรียญมา Stake อย่างน้อย 180 วัน เพื่อแลกสิทธิ์ในการโหวตทิศทางของโปรเจกต์
- เปิดตัวระบบ Node และ Supernode สำหรับผู้ถือรายใหญ่ เพื่อรับสิทธิ์เข้าถึงธุรกรรม OTC และสิทธิประโยชน์ในการพาร์ทเนอร์กับทีมงานโดยตรง
- วางเป้าหมายดึงกำไรจากการเก็งกำไรส่วนต่าง Stablecoin ของสถาบันกลับคืนสู่ชุมชน พร้อมเสนอผลตอบแทนจากการ Stake 2% ต่อปีสำหรับผู้ที่ร่วมโหวตจริง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข้อเสนอนี้เป็นความพยายามในการสร้าง Utility ให้กับเหรียญ WLFI และลดแรงเทขายในระยะสั้น ด้วยการจูงใจให้เกิดการล็อกเหรียญระยะยาว
ซึ่งการดึงกำไรส่วนต่างจากสถาบันกลับมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้ผู้ถือเหรียญ จะช่วยสร้างดีมานด์ที่แข็งแกร่งในเชิงโครงสร้าง แม้ว่าในระยะสั้นอาจมีเสียงคัดค้านจากผู้เล่นบางกลุ่ม แต่ในภาพรวม ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนให้ WLFI กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีรายได้รองรับ
World Liberty Financial (WLFI) โปรเจกต์คริปโตยักษ์ใหญ่ภายใต้การสนับสนุนของครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในโลก DeFi หลังยื่นข้อเสนอใหม่ผ่านฟอรัม Governance เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในชื่อ “WLFI Governance Staking System” โดยมีเป้าหมายหลัก ในการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจการบริหารและดึงผลประโยชน์ที่เคยรั่วไหลไปยังตัวกลางสถาบัน กลับคืนสู่มือผู้มีส่วนร่วมในระบบนิเวศอย่างแท้จริง
กฎเหล็ก 180 วัน: อยากโหวตต้องล็อกเหรียญ
สาระสำคัญของข้อเสนอนี้ระบุว่า ผู้ถือเหรียญ WLFI ที่อยู่ในสถานะปลดล็อก จะไม่สามารถโหวตทิศทางโปรเจกต์ได้โดยตรงอีกต่อไป แต่จะต้องนำเหรียญ WLFI มาทำการ Stake หรือล็อกไว้ในระบบอย่างน้อย 180 วันก่อน จึงจะได้สิทธิ์ในการออกเสียง
สำหรับเหรียญที่ยังติดเงื่อนไขการล็อกตามกำหนดเวลาเดิม จะยังคงมีสิทธิ์การโหวตได้ตามปกติโดยไม่ต้องนำมา Stake เพิ่ม
ที่น่าสนใจคือ ระบบการคำนวณสิทธิ์โหวตจะไม่ได้อ้างอิงตามจำนวนเหรียญแบบเส้นตรง แต่จะใช้สูตรที่นำจำนวนเหรียญคูณกับระยะเวลาที่เหลือในการล็อก เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้ามือรายใหญ่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเกินไป เป็นการสร้างความเท่าเทียมให้ผู้ลงทุนรายย่อยที่ยินดีถือครองเหรียญในระยะยาว
ดึงกำไรจากสถาบัน สู่ระบบ Node และ Supernode
ทีมงาน WLFI ระบุว่า ที่ผ่านมาโปรเจกต์ต้องเผชิญกับสภาวะที่กำไรบางส่วนรั่วไหลไปสู่กลุ่ม Market Maker สถาบัน ที่อาศัยจังหวะเก็งกำไรส่วนต่างจากการมินต์ และขาย Stablecoin (USD1) ประมาณ 10-15 basis points ต่อรอบ ขณะที่ตัวโปรเจกต์กลับต้องแบกรับต้นทุนในการอุดหนุนสภาพคล่อง
แผนการพัฒนาใหม่ของ World Liberty Financial (WLFI) ได้ยกระดับสิทธิประโยชน์ของผู้ถือเหรียญให้มีความชัดเจนและจูงใจมากขึ้น โดยมีการแบ่งลำดับชั้นตามสัดส่วนการถือครอง
เริ่มจากระดับ Node สำหรับผู้ถือ 10 ล้าน WLFI ขึ้นไป ที่จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้งานช่องทาง OTC เพื่อแลกเปลี่ยนเหรียญ Stablecoin ( USDT/USDC) เป็น USD1 ได้ในอัตรา 1:1 โดยไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนต่างราคา
ส่วนระดับสูงสุดอย่าง Supernode สำหรับผู้ถือ 50 ล้าน WLFI ขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าถึงทีมงาน เพื่อเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจก่อนใคร พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการเชื่อมต่อระบบกับแพลตฟอร์ม
ซึ่งการจัดลำดับชั้นแบบนี้ไม่เพียงแต่สร้าง Utility ให้กับตัวเหรียญ WLFI เท่านั้น แต่ยังช่วยดึงดูดกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ให้เข้ามาถือครองเหรียญในระยะยาวอีกด้วย
รางวัล Stake 2% พร้อมเงื่อนไข “ต้องทำงาน”
เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ที่ Stake จะเข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจกต์จริง ทีมงานได้เสนอผลตอบแทน ประมาณ 2% ต่อปี จ่ายจากคลังสำรองของโปรดักต์ แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะได้รับรางวัลนี้จะต้องเข้าร่วมลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดทิศทางโปรเจกต์ อย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงเวลาที่ล็อกเหรียญไว้
หากข้อเสนอนี้ผ่านมติชุมชน ซึ่งต้องการเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 1 พันล้าน WLFI ภายใน 7 วัน ระบบจะเริ่มทยอยอัปเกรดใน 3 เฟส ตั้งแต่การเปิดระบบ Stake พื้นฐาน ไปจนถึงการเปิดโครงสร้าง Supernode อย่างเต็มรูปแบบ
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การขยับตัวของ WLFI รอบนี้แสดงให้เห็นว่า ทีมงานกำลังพยายามแก้ปัญหาเรื่องเหรียญที่ไม่มีประโยชน์ให้กลายเป็นเหรียญที่มีกลไกเศรษฐศาสตร์รองรับโดยการบังคับให้ Stake เหรียญ 180 วันคือ แนวทางที่ใช้กำจัดกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้นออกไป

