Worldcoin จับมือ Tinder-Visa-Gap ! ร่วมผลักดันให้คนทั่วไปหันมาใช้ระบบยืนยันตัวตน World ID ในชีวิตจริง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Worldcoin ทุบกำแพงโลกคริปโทฯ จับมือ 3 ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Gap, Visa และ Tinder เพื่อผลักดันให้คนทั่วไปหันมาใช้งานระบบยืนยันตัวตน World ID ในชีวิตประจำวัน
  • แบรนด์เสื้อผ้า Gap เริ่มตั้งเครื่องสแกนม่านตา (Orb) ในสาขาหลักเพื่อเจาะตลาดสหรัฐฯ ส่วน Tinder ในญี่ปุ่นนำมาใช้กรองโปรไฟล์ปลอมและ Visa ที่เตรียมออกบัตรชำระเงินให้รูดจ่ายคริปโทฯ รวมถึงเหรียญ WLD ได้ทั่วโลก
  • ตอนนี้มียอดสแกนทะลุ 18 ล้านคน พร้อมอัปเกรดระบบเป็น World Chain บล็อกเชนที่ให้สิทธิพิเศษกับ “มนุษย์ของจริง” มากกว่าบอท เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตแห่งอนาคต

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Worldcoin โปรเจกต์สแกนม่านตาของ Sam Altman เดินเกมรุกครั้งใหญ่ด้วยการจับมือกับ 3 ยักษ์ใหญ่อย่าง Gap, Visa และ Tinder เพื่อดัน World ID ให้เป็นพาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับแยก “มนุษย์ตัวจริง” ออกจาก “AI” โดย Gap นำร่องตั้งเครื่องสแกน ‘Orb’ ในสาขาหลักที่สหรัฐฯ ส่วน Tinder ในญี่ปุ่นก็เริ่มนำมาใช้สแกนเพื่อกวาดล้างโปรไฟล์ปลอม และ Visa เตรียมออกบัตรชำระเงินที่เปิดทางให้ใช้เหรียญ WLD ไปรูดซื้อของได้ทั่วโลก

Tools for Humanity (TFH) บริษัทผู้พัฒนาโปรเจกต์ Worldcoin ของ Sam Altman ได้ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ผนึกกำลังกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Gap, Visa และ Tinder เพื่อผลักดัน World ID ให้กลายเป็นมาตรฐานโลกในการแยกแยะ มนุษย์จริง ๆ ออกจาก AI

แบรนด์เสื้อผ้า Gap เริ่มนำเครื่องสแกนม่านตา Orb เข้าไปตั้งในสาขาแฟลกชิปที่ซานฟรานซิสโก เพื่อบุกตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยต่อต้านโปรเจกต์นี้อย่างหนัก ขณะที่ Tinder ในญี่ปุ่นนำ Orb มาใช้ยืนยันอายุและตัวตน เพื่อกวาดล้างบัญชีปลอม

ความร่วมมือที่สั่นสะเทือนวงการที่สุดคือ Visa ที่มีรายงานว่า TFH กำลังซุ่มพัฒนา บัตรชำระเงินที่เปิดทางให้ผู้ถือ World ID สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะเหรียญ WLD ไปรูดซื้อสินค้าได้ทุกที่ทั่วโลกที่รองรับเครือข่าย Visa 

World Chain: บล็อกเชนที่ให้สิทธิ์กับ “มนุษย์” มากกว่า “บอท” 

TFH ประกาศชัดเจนว่า ระบบนี้คือ พาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับยุค AI และเพื่อลบภาพจำด้านลบเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัว บริษัทจึงเน้นย้ำว่า Orb จะแปลงม่านตาเป็นเพียงรหัสลับที่เก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้ และทำลายภาพต้นฉบับทิ้งทันที 

ปัจจุบันมีคนยืนยันตัวตนทะลุ 18 ล้านคนทั่วโลก พร้อมยกระดับไปสู่ “World Chain” บล็อกเชนที่ออกแบบมาเพื่อจัดลำดับความสำคัญให้ธุรกรรมของมนุษย์มากกว่าพวกบอทอัตโนมัติ

มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้คือ อัตราการใช้งานจริง หากผู้บริโภคยอมสแกนม่านตาในร้านเสื้อผ้าเพื่อแลกสิทธิประโยชน์ หรือยอมรูดบัตรชำระเงินคริปโทฯ ในชีวิตประจำวันจริง World ID มีโอกาสสูงที่จะกลายมาเป็น “โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก” ที่มนุษย์ทุกคนต้องมี เพื่อเอาชีวิตรอดในยุคที่ AI สามารถปลอมเป็นใครก็ได้

ที่มา:cryptoprowl