bitkub-banner

‘อ.ปานเทพ’ ไขข้อสงสัยนักลงทุน ! ทำไมเกิดสงครามแล้วราคาทองคำถึงร่วง ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ช่วงเช้าของวันนี้ (4 มี.ค. 2569) อ.ปานเทพ ได้ออกมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนชาวไทย เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่าระดับ $5,100 ต่อออนซ์ ท่ามกลางไฟสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังระอุ 

อ.ปานเทพ ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลง โดยสรุปเกิดจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น แรงเทขายทำกำไร และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางลดลงถึง 82% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 68 โดยมีการซื้อสุทธิเพียง 5 ตัน

สำหรับฝั่งผู้ซื้อได้แก่ อุซเบกิสถานซื้อมากที่สุดจำนวน 9 ตัน ตามด้วยมาเลเซียซื้อ 3 ตัน ซึ่งถือเป็นการซื้อครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018 รองลงมาคือ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเช็ก จีน และเซอร์เบีย 

ส่วนฝั่งผู้ขายรายใหญ่คือ รัสเซียที่เทขายออกมาถึง 9 ตัน ตามมาด้วยบัลแกเรียที่เทขายอีก 2 ตัน เพื่อเตรียมเข้าสู่ยูโรโซน

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการถือครองทองคำที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันธนาคารกลางอย่างเกาหลีใต้ รวมถึงนักลงทุนรายย่อย เริ่มลดการซื้อทองคำแท่งแบบดั้งเดิมและหันไปกว้านซื้อกองทุน Gold ETF ในต่างประเทศแทน เพราะซื้อง่าย ขายคล่องกว่าในยามวิกฤต สะท้อนให้เห็นได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุนทองคำทั่วโลกสูงถึง 1.48 แสนล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 68

สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ นักลงทุนในประเทศที่ได้รับผลกระทบของสงครามอาจเทขายทำกำไรทรัพย์สินหลายชนิดเพื่อสภาพคล่องทางการเงินเพื่อการอพยพ รวมถึงทองคำส่งผลทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย

ในมุมมองของกราฟเทคนิค อ.ปานเทพระบุว่า ปัจจุบันราคาทองคำกำลังอยู่ในสภาวะ “ผันผวนสูง” และกำลังปรับฐานลง หลังจากพุ่งไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ $5,500 ต่อออนซ์ โดยปัจจุบันราคาวิ่งอยู่ในกรอบ $5,080 – $5,140 ต่อออนซ์ 

สัญญาณระยะสั้นในกราฟ 4 ชั่วโมง (H4) เริ่มเห็นการฟอร์มตัวของ Bearish Flag  หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ $5,100 ต่อออนซ์ได้ อาจเห็นการทิ้งตัวลงไปทดสอบแนวรับหลักทางจิตวิทยาที่ $4,900 – $5,000 ต่อออนซ์อีกครั้ง

สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น อ.ปานเทพแนะนำว่า ให้จับตาดูแนวรับสำคัญที่บริเวณ $5,095 ต่อออนซ์ อย่างใกล้ชิด หากเริ่มเห็นแรงซื้อสวนกลับจนเกิดแท่งเทียนทิ้งไส้ยาวด้านล่าง นั่นคือสัญญาณไฟเขียวให้เข้าไปเก็งกำไรสั้นๆ ที่เป้าหมาย $5,200 ต่อออนซ์ โดยตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ที่ระดับ $5,050 ต่อออนซ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ในขณะที่สายถือยาวให้รอราคาย่อตัวลงมาใกล้ระดับ $5,000 ต่อออนซ์ ราวๆ 74,750 บาทหรือต่ำกว่านั้น และใช้กลยุทธ์ทยอยเก็บสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานอย่างสงครามอิหร่านและหนี้สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนทองคำในระยะยาวถึงสิ้นปี 2569