bitkub-banner

CEO BlackRock ลั่น “RWA” จะเปลี่ยนโลกการเงินเหมือนที่อินเทอร์เน็ตเคยทำในปี 1996

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Larry Fink เปรียบวงการ Tokenization หรือ RWA กับอินเทอร์เน็ตในปี 1996 ช่วงที่รากฐานกำลังถูกสร้าง ไม่ใช่ฟองสบู่ที่กำลังจะแตก
  • BlackRock มี AUM ในสินทรัพย์ดิจิทัลเกือบ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ แล้วในปัจจุบัน รวมถึงกองทุนพันธบัตรโทเคนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ตลาด RWA โตขึ้น 480% ภายในเวลาสามปี และ Standard Chartered ประเมินว่าอาจแตะ 30 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2034

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Larry Fink ซีอีโอ BlackRock ฟันธงว่า RWA และ Tokenization ตอนนี้คือ “อินเทอร์เน็ตปี 1996” ที่กำลังเร่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกไม่ได้แค่รอดู แต่ขนเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาสร้างระบบบน Web3 กันแล้ว ตลาดนี้กำลังโตระเบิดและมีการคาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะ 30 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า 

Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock บริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งสัญญาณชัดเจนในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี 2026 โดยเปรียบเทียบวงการ Tokenization หรือ Real World Asset (RWA) ว่ากำลังอยู่ในจุดเดียวกับ “อินเทอร์เน็ตปี 1996” ซึ่งเป็นยุคแห่งการวางโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะตระหนักได้ว่า โลกการเงินกำลังเปลี่ยนไปตลอดกาล

BlackRock ไม่ได้แค่คาดการณ์ แต่ลงมือทำจริง ปัจจุบันบริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมทั้งเงินทุนสำรอง Stablecoin 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์, กองทุน ETP สินทรัพย์ดิจิทัลเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังเป็นผู้ออกกองทุนพันธบัตรรัฐบาลบนบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตัวเลขไม่เคยโกหก ! ตลาด RWA กำลังโตแบบก้าวกระโดด 

ข้อมูลการเติบโตของตลาด RWA สะท้อนความเป็นจริงได้อย่างน่าจับตา จากมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 พุ่งทะยานสู่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 คิดเป็นการเติบโตกว่า 480% โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ บนระบบ On-chain ที่เติบโตถึง 3 เท่า จนมีมูลค่าตลาดแตะระดับ 7.5 พันล้านดอลลาร์

ยิ่งไปกว่านั้น Standard Chartered ประเมินว่า ตลาดนี้อาจมีมูลค่ามหาศาลถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2034 เมื่อพิจารณาว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกมีมูลค่า 126 ล้านล้านดอลลาร์ หากกระแสเงินทุนเพียงเศษเสี้ยวโยกย้ายมาอยู่บนบล็อกเชน มูลค่าของตลาดคริปโตก็จะเติบโตขึ้นไปอีกมหาศาล

ทำไมต้องเป็นอินเทอร์เน็ตในปี 1996 ? 

ในปี 1996 โลกยังไม่รู้จักคำว่า อีคอมเมิร์ซ หรือ โซเชียลมีเดีย แต่ผู้ที่มั่งคั่งคือกลุ่มคนที่ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้อินเทอร์เน็ต วงการ Tokenization วันนี้ก็เช่นกัน 

สถาบันการเงินไม่ได้มองหาการเก็งกำไรฉาบฉวย แต่กำลังสร้างท่อส่งมูลค่าที่จะมาทลายขีดจำกัดเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่นระยะเวลาชำระเงินข้ามประเทศจากหลายวันเหลือเพียงหลักนาที, การเปิดให้ครอบครองสินทรัพย์แบบแบ่งสัดส่วน และการเทรดที่ไร้พรมแดนตลอด 24 ชั่วโมง

สถาบันพากันแห่เข้าสู่โลก Web3 

ความสนใจในวงการ RWA ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ BlackRock ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Nasdaq, NYSE, DTCC, JPMorgan, Goldman Sachs, Fidelity, Franklin Templeton และ SWIFT ล้วนเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน 

วงการ RWA กำลังกลายมาเป็นวาระระดับชาติแห่งโลกการเงิน โดยกว่า 50% ของบริษัทการเงินประเมินว่า จะเริ่มใช้ Tokenized Collateral หรือ “หลักประกันรูปแบบโทเคน” ในระบบจริงภายในสิ้นปี 2026 เกมนี้จึงเป็นการแข่งขันกันแย่งชิงฐานที่มั่นในระบบนิเวศการเงินยุคใหม่ของเหล่ายักษ์ใหญ่ 


มุมมองผู้เขียน: สถาบันการเงินระดับโลกได้ก้าวข้ามคำถามที่ว่า “คริปโตมีประโยชน์หรือไม่” ไปนานแล้ว พวกเขากำลังก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนระบบการเงินแบบเก่าให้มาอยู่บนระบบบล็อกเชน คำถามเดียวที่หลงเหลืออยู่ตอนนี้คือ “ใครจะเป็นผู้ชนะตัวจริงในระบบการเงินยุคใหม่แห่งนี้” 

ที่มา:gefinity