สรุปข่าว
- Lauren Simmons สร้างประวัติศาสตร์เป็นเทรดเดอร์ Full-time หญิงแอฟริกัน-อเมริกันที่อายุน้อยที่สุดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ด้วยวัยเพียง 22 ปี แม้จะไม่ได้จบด้านการเงินมาโดยตรง แต่เธอสามารถสอบผ่าน Series 19 ที่มีอัตราสอบตกสูงถึง 80% ได้สำเร็จ
- หลังทำงานได้ 2 ปี เธอตัดสินใจลาออกจากวอลล์สตรีทเพื่อเบนเข็มสู่เส้นทางผู้ประกอบการ โดยมองว่าวัฒนธรรมองค์กรแบบ “ตัวใครตัวมัน” และการถูกกีดกันจากกลุ่มพรรคพวก เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนเส้นทาง
- ปัจจุบันเธอกลายเป็นกูรูด้านการเงินและพิธีกรรายการ “Going Public” ที่มุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงหุ้น IPO พร้อมแชร์แนวคิดว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงต้องเริ่มจากการปรับ Mindset ก่อนตัวเงิน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เรื่องราวของ Lauren Simmons สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) ที่คนรุ่นใหม่เริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากระบบธนาคารหรือตลาดหุ้นแบบเก่า
แม้ข่าวนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตเคอร์เรนซีในกระดานเทรด แต่การที่อดีตเทรดเดอร์วอลล์สตรีทออกมาสนับสนุนการเข้าถึงการลงทุนของ “รายย่อย” และการสร้างระบบการเงินที่โปร่งใส ถือเป็นแรงผลักดันเชิงบวกต่ออุดมการณ์ของโลกคริปโตและ DeFi ในระยะยาว ที่ต้องการทลายกำแพงของสถาบันการเงินส่วนกลาง
เมื่อพูดถึงการทำงานเป็นนักเทรดบนพื้นตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) หรือ Wall Street ภาพจำในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นแก๊งหนุ่มใส่สูทสุดเนี้ยบ ทำเงินได้เป็นฟ่อนๆ ขับรถสปอร์ตหรู แต่สำหรับ Lauren Simmons หญิงสาวที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกการเงิน เรื่องราวของเธอกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และนี่คือเรื่องราวการสู้ชีวิตในดงหมาป่า ที่ลงท้ายด้วยการที่เธอเลือกจะ “เดินสะบัดบ๊อบ” ออกมาอย่างสวยๆ
ย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนที่เธออายุเพียง 22 ปี Lauren ทำลายสถิติด้วยการเป็น นักเทรดหุ้นหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ 225 ปีของ NYSE และเป็นผู้หญิงแอฟริกัน-อเมริกันคนที่สองเท่านั้นที่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ แถมเธอยังเป็น ผู้หญิง ผิวสี อายุน้อย ไม่ได้จบสายการเงินโดยตรง และไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยระดับไอวี่ลีกอีกด้วย
แต่ความตลกที่หลายคนไม่เคยรู้ก็คือ ตำแหน่งสุดเท่นี้แลกมากับค่าเหนื่อยน้อยนิดเพียง 12,000 ดอลลาร์ต่อปี ตีเป็นเงินไทยราวๆ 4 แสนกว่าบาท หรือตกเดือนละ 3 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับการใช้ชีวิตบนเกาะแมนฮัตตัน แต่ในตอนนั้น Lauren ไม่สนเรื่องเงิน เธอคิดแค่ว่านี่คือโอกาสทองในการเรียนรู้และเป็นบันไดก้าวแรกของชีวิตเธอ

สภาพแวดล้อมในตลาดหุ้นคือโลกของ Boys’ Club หรือสมาคมของเหล่าผู้ชายอย่างแท้จริง แม้จะไม่มีใครมาเดินด่าเหยียดเพศหรือเหยียดสีผิวใส่หน้าเธอตรงๆ แต่มันมี กำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่เสมอ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือตอนที่เธอต้องสอบใบอนุญาตสุดหินอย่าง Series 19 (ที่คนสอบตกกันถึง 80%) พอเธอเอ่ยปากขอคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบและสายตาที่ว่างเปล่า
ไม่มีใครคิดจะช่วยเธอเลยสักคน ซ้ำร้ายเธอยังเพิ่งมารู้ความจริงทีหลังว่า ในยุคก่อนหน้านั้น พวกผู้ชายใช้วิธีหิ้วเบียร์แพ็ค 6 กระป๋องไปฝากคนคุมสอบ แล้วก็ชิลๆ นั่งตรวจข้อสอบพร้อมเฉลย นั่นทำให้ Lauren ตระหนักได้ทันทีว่า เธอตกลงมาอยู่ในสมรภูมิแบบ “ไม่ว่ายน้ำเอาตัวรอด ก็จมน้ำตาย”

ตอนแรกเธอก็ยังพอเข้าสังคมได้บ้าง ถูกชวนไปปาร์ตี้ แนะนำให้รู้จักลูกค้า แต่พอสื่อมวลชนเริ่มประโคมข่าวความสำเร็จของเธอในฐานะนักเทรดหญิงอายุน้อยสุด ทัศนคติของคนรอบข้างก็เปลี่ยนไป เธอเริ่มถูกกีดกันและถูกปล่อยเกาะ แม้จะมีผู้ใหญ่ใจดีบางคนคอยซัพพอร์ตเธออยู่บ้าง แต่มันก็ทำให้เธอต้องกลับมานั่งทบทวนตัวเอง
หลังจากทนอยู่ 2 ปี Lauren ก็เดินทางมาถึงทางแยก เธอต้องเลือกว่าจะทนอยู่ในโลกองค์กรที่ไม่ได้มองเห็นคุณค่าของเธออย่างแท้จริง หรือจะออกมาเดิมพันกับตัวเองในฐานะผู้ประกอบการ และคำตอบก็คือ เธอเลือก “เก็บของ ลาออก และไม่เคยหันหลังกลับไปมองมันอีกเลย”

หลังจากเดินออกจาก NYSE ในปี 2018 Lauren ไม่ได้นั่งว่างเฉยแม้แต่วินาทีเดียว เธอพลิกบทบาทจากนักเทรดมาเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว และความสำเร็จที่ตามมาก็พิสูจน์ว่า เธอตัดสินใจถูกต้องแล้ว
Lauren ได้รับเลือกให้เป็นพิธีกรของรายการ “Going Public” ซึ่งเป็นรายการที่ปฏิวัติวงการ IPO โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้น IPO ได้ ซึ่งเดิมทีเป็นสิทธิพิเศษที่สงวนไว้เฉพาะนักลงทุนสถาบันและคนรวยเท่านั้น รายการนี้ถือเป็นการ Democratize การลงทุน ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
เรื่องราวชีวิตของ Lauren ยังถูกซื้อลิขสิทธิ์โดย AGC Studios เพื่อนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยตัว Lauren เองก็มีส่วนร่วมในฐานะ Executive Producer ด้วย ถือเป็นการก้าวข้ามจากโลกการเงินเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว
ปัจจุบัน Lauren กลายเป็นวิทยากรด้านการเงินที่เป็นที่ต้องการตัวอย่างมาก เธอได้รับเชิญไปพูดตามมหาวิทยาลัย องค์กร และงานอีเวนต์ระดับใหญ่ทั่วสหรัฐฯ โดยเน้นหัวข้อ Financial Literacy การลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่ และการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

5 บทเรียนเปลี่ยนชีวิตของ Lauren Simmons
หลังลาออกจาก NYSE โดยไม่หันหลังกลับ Lauren Simmons ได้ถอดบทเรียนการเงินที่กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงของเธอลงในหนังสือ และพอดแคสต์ของเธอ โดยมี 5 แนวคิดหลักที่น่าสนใจดังนี้
- ปรับ Mindset ก่อน เงินถึงจะเข้ามา: เธอเชื่อว่า จิตใจมีพลังมหาศาล หากคุณก้าวข้ามความกลัวของคนรอบข้างได้ คุณจะเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น
- การลงทุนไม่ต้องรีบ: น่าแปลกที่นักเทรดชายในตลาดหุ้นกว่า 90% ไม่ได้ลงทุนในหุ้นเองด้วยซ้ำ ซึ่ง Lauren Simmons แนะนำว่า อย่าลงทุนตามกระแสหรืออารมณ์ หากอยากรวยพรุ่งนี้ให้นิยามว่า นั่นคือ “การพนัน” ไม่ใช่การลงทุน
- ตอบ Yes กับโอกาส: Lauren Simmons เชื่อในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ แม้จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างการพูดต่อหน้าคนนับหมื่น เพราะบางครั้งคนอื่นเห็นศักยภาพในตัวเรามากกว่าที่เราเห็นเอง
- สื่อสารเรื่องการเงินกับคนรัก: เงินและความรักคือเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์พังทลาย การเปิดใจคุยเรื่องหนี้ และเป้าหมายการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
- ความมั่งคั่งแบบองค์รวม: สุขภาพจิต สุขภาพกาย และการเงิน เชื่อมโยงกันทั้งหมด การสร้างนิสัยการเงินที่ดีต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองในทุกมิติ
บทสรุปของการเชื่อมั่นในตัวเอง
ความสำเร็จของ Lauren Simmons พิสูจน์ให้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องใส่สูทผูกไท หรือทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษเพื่อจะรวยในโลกการเงิน
เทคนิคการลงทุนของเธอสอนให้เรารู้ว่า “ความรู้ทางการเงินคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด” เธอเปลี่ยนจากเด็กสาวที่ถูกคนใน Wall Street มองข้าม ให้กลายเป็นนักลงทุนและผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังยื่นมือมาดึงคนธรรมดาๆ ให้ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม และนี่แหละคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดในชีวิตของเธอ
ที่มา : businessinsider, nextbigideaclub
มุมมองผู้เขียน : เรื่องราวของ Lauren Simmons คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า “ชีวิตคือการเลือกเดินหมาก” บางครั้งการถอยออกมาจากที่ที่ไม่ใช่ที่ของเรา คือก้าวที่กล้าหาญที่สุด เพื่อไปสร้างอาณาจักรของตัวเองที่ยั่งยืน และมีคุณค่าต่อสังคมมากกว่าเดิม
ความสำเร็จของ Lauren ไม่ใช่แค่เรื่องของการเทรดแต่คือ “สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง” เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสามารถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ สีผิว หรือภูมิหลังทางการศึกษา
