สรุปข่าว
- Polymarket ตลาดทำนายบนบล็อกเชน ชี้ว่ามีโอกาส 59% ที่ Trump จะเซ็น CLARITY Act หรือกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่คล้ายกันเป็นกฎหมายในปี 2026
- ตัวเลขดังกล่าวยังนิ่งอยู่ในช่วง 59-61% ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ, รัฐมนตรีคลัง และที่ปรึกษาคริปโตทำเนียบขาวต่างออกมาเร่งรัดให้รัฐสภาผ่านร่างกฎหมาย
- อุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ โดยเฉพาะข้อพิพาทเรื่องผลตอบแทน Stablecoin และข้อกำหนดผลประโยชน์ทับซ้อนที่กำหนดเป้าไปที่ Trump และครอบครัว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ตัวเลข 59% จาก Polymarket สะท้อนความคาดหวังของตลาด ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน กฎหมายยังติดขัดในวุฒิสภาจากปัญหาหลายประเด็น ดังนั้นผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะสั้นจึงค่อนข้างจำกัด แต่หากผ่านได้จริงจะเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดในระยะยาว
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ตามรายงานจาก Watcher.Guru Polymarket แพลตฟอร์มตลาดทำนายบนบล็อกเชน แสดงโอกาส 59% ที่ประธานาธิบดี Trump จะเซ็น CLARITY Act หรือที่รู้จักกันในชื่อ Digital Asset Market Clarity Act เป็นกฎหมายภายในปี 2026 โดยราคาซื้อฝั่ง Yes อยู่ที่ 60 เซนต์ ขณะที่ฝั่ง No อยู่ที่ 42 เซนต์ ในขณะเดียวกัน Kalshi อีกหนึ่งตลาดทำนายที่ได้รับการควบคุมจากทางการ ก็แสดงตัวเลขสูงกว่าเล็กน้อยที่ 63% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนเพียงความเห็นของผู้เข้าร่วมตลาด ไม่ใช่การวิเคราะห์จากหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินใด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงพร้อมใจเร่งรัดรัฐสภาผ่านกฎหมาย
ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนออกมาเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งผ่าน CLARITY Act พร้อมกัน Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ชี้ว่ากฎหมายนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องตลาดจาก “ผู้กำกับดูแลที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ” ขณะที่ Scott Bessent รัฐมนตรีคลัง เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาส่งร่างกฎหมายนี้ขึ้นโต๊ะ Trump โดยย้ำว่า “ถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมือ” David Sacks ที่ปรึกษาด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว ก็ออกมาสนับสนุนเช่นกัน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า Trump พร้อมเซ็นร่างกฎหมายนี้ทันทีที่ผ่านรัฐสภา
CLARITY Act มีเป้าหมายหลักในการแบ่งแยกขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ และสำนักงานกำกับดูแลสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) โดยกำหนดชัดเจนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดเป็นหลักทรัพย์ กำหนดแนวทางการดำเนินงานของกระดานเทรด และเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและการฟอกเงิน ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา
อุปสรรคที่ยังค้างอยู่และประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน
แม้จะมีแรงสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร แต่กระบวนการนิติบัญญัติยังติดขัดจากหลายประเด็น โดยหนึ่งในปมหลักคือข้อพิพาทเรื่องการให้ผลตอบแทนของ Stablecoin และในส่วนที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น พรรคเดโมแครตต้องการบรรจุข้อกำหนดผลประโยชน์ทับซ้อนที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง รวมถึง Trump และครอบครัว เป็นเจ้าของหรือดำเนินธุรกิจคริปโต ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็น “เส้นที่ข้ามไม่ได้” สำหรับฝ่าย Trump เนื่องจากครอบครัว Trump เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโตหลายอย่าง ทั้งมีมคอยน์ $TRUMP, มีมคอยน์ $MELANIA และ Stablecoin USD1 ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Trump โดยตรง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ที่ปรึกษาคริปโตทำเนียบขาวชี้ Clarity Act คืบหน้า แต่วุฒิสภามีเวลาแค่ 2 สัปดาห์ และยังรายงานเพิ่มเติมว่า โอกาสสหรัฐฯ ตั้งคลังสำรอง Bitcoin ร่วงเหลือ 24% บน Polymarket จากเคยสูง 60% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดทำนายไม่ได้มองทุกนโยบายคริปโตของทำเนียบขาวในแง่ดีเสมอไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 59% จาก Polymarket นั้นน่าสนใจ แต่ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะมันคือ “เดิมพันของฝูงชน” ไม่ใช่คำทำนายจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติบัญญัติ ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนของครอบครัว Trump นั้นยังเป็นปมที่แก้ยากมาก เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะยอมก็จะเสียหน้าทางการเมือง สิ่งที่น่าจับตาดูคือวุฒิสภาจะหาทางออกตรงนี้ได้อย่างไรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ถ้าผ่านได้จริงตลาดคริปโตน่าจะตอบรับเชิงบวกแน่นอน เพราะความชัดเจนด้านกฎหมายคือสิ่งที่สถาบันใหญ่รอมาตลอด
ที่มา: @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @Watcher.Guru
